มูลนิธิองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand เร่งหาบ้านใหม่ให้สุนัขที่ศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดของเทศบาลนครหาดใหญ่ หลังน้ำท่วมใหญ่ เกือบ 100 ชีวิตจมน้ำ
วันที่ 11 ธ.ค.2568 จากกรณีเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบอย่างหนักกับชาวบ้าน นอกจากนั้นสุนัขเกือบ 100 ชีวิตที่ศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดของเทศบาลนครหาดใหญ่ ต้องเสียชีวิตจากการจมน้ำ
โดยเรื่องนี้ นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานมูลนิธิองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand เปิดเผยว่า ทีมงาน The Hope สงขลา เร่งเข้าช่วยเหลือสุนัขที่ยังมีชีวิตรอด วันที่เข้าไปถึงที่น่าสลดใจมีสุนัขจมน้ำตายคากรง 5 ตัว และสุนัขบาดเจ็บที่ยังรอดชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำขัง บางจุดไม่มีที่ยืนไม่มีที่วางอาหาร นับเป็นการเผชิญกับอาหารมื้อแรกหลังวิกฤตที่ยากลำบาก ที่น่าสลดใจคือมีสัตว์บางส่วนจมน้ำตายอยู่ในกรงและก็มีสัตว์อีกมากกว่า 80-90 ชีวิตลอยหายไปกับกระแสน้ำ
” ก่อนเกิดน้ำท่วมศูนย์พักพิง มีสุนัขจำนวนกว่า 180 ตัวและไม่มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม ทีมงานต้อง ซื้อน้ำและอาหารเพื่อให้สุนัขได้กิน รวมถึงซื้อแคร่เพื่อให้สุนัขมีที่ยืนในยามวิกฤต โดยมูลนิธิ และ The Hope สงขลาต้องจ่ายเงินไปกว่าหลักหมื่นบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานทั้งที่นี่เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ จากการเข้าช่วยเหลือ ทีมงานสามารถช่วยสุนัขที่รอดชีวิตกลับมาได้ 96 ตัวคาดว่ามีสุนัข สูญหายไปกับกระแสน้ำประมาณ 79 ตัว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของสุนัขทั้งหมดในศูนย์พักพิงฯ ”
นายพีระบุญ กล่าวถึงที่มาของศูนย์พักพิงแห่งนี้ว่า เดิมทีมีการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างภาคประชาชน คือ The Hope สงขลา และเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งได้รับการชื่นชมในเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น แต่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พร้อมในการรับมือวิกฤตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความไม่พร้อมมันทำให้สัตว์บริสุทธิ์ล้มตายไม่รู้เท่าไหร่ ขณะนี้ทีมงานได้นำสุนัขที่บาดเจ็บป่วยหนักออกไปรักษา และกำลังจะพักฟื้นสุนัขที่เหลือทั้งหมดเพื่อทยอยหาบ้านใหม่
” เห็นควรให้ปิดสถานพักพิงแห่งนี้ เนื่องจากมีการจัดการที่ขาดคุณภาพจนทำให้สัตว์ต้องเสียชีวิตจำนวนมาก การละเลยไม่ให้ความช่วยเหลือ หรือการละเลยให้สุนัขติดอยู่ภายในกรงจนเสียชีวิตเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ มาตรา 20 ซึ่งมีโทษ และอยากให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนในการยุติการมีสถานพักพิงที่ไม่มีคุณภาพ และขาดการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที “


