อดีตตำรวจ หัวร้อน บุกตบหน้า-ชักปืนขู่เพื่อนบ้าน หลังสาวแจ้งไลน์กลุ่มหมู่บ้าน “ให้ช่วยขยับรถ” เนื่องจากแสงแดดสะท้อนกระจกรถเข้าบ้านจนเดือดร้อน
วันที่ 22 ธ.ค.2568 กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปและข้อความขอความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายรายหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังถูกเพื่อนบ้านซึ่งเป็น อดีตข้าราชการตำรวจเกษียณ บุกทำร้ายร่างกายและใช้ปืนข่มขู่
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว พบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย กล่าวว่า ปัญหาก่อตัวขึ้นจากการที่บ้านคู่กรณีนำรถมาจอดในที่สาธารณะตรงข้ามหน้าบ้านตน แล้วแสงแดดสะท้อนจากกระจกรถเข้าบ้านจนเดือดร้อน
เผยนาที อดีตตำรวจ บุกทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้าน
ตนจึงแจ้งผ่านไลน์กลุ่มหมู่บ้านเพื่อให้ช่วยขยับรถ แต่ลูกชายคู่กรณีเข้ามาต่อว่าด้วยคำหยาบคาย จากนั้นไม่นาน คุณลุงซึ่งเป็นอดีตตำรวจของโรงพักแห่งหนึ่ง ได้ปรี่เข้ามาทำร้ายร่างกายตน โดยการตบที่ท้ายทอย 2 ครั้ง และทุบหลัง 1 ครั้ง จนแว่นตาตนหล่นแตก
ในจังหวะที่ลูกและภรรยาของคู่กรณีพยายามดึงตัวออกไป อดีตตำรวจคนดังกล่าวได้ชักปืนออกมาจากเอวและขึ้นลำเตรียมจะยิง ซึ่งในคลิปวงจรปิดเห็นเหตุการณ์ชัดเจน
ทั้งนี้ ตนต้องดูแลลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรม 2 คน และแม่อยู่ในบ้านขณะเกิดเหตุ ทำให้ตอนนี้ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงอย่างหนัก
ด้าน ลูกชายของอดีตตำรวจ เล่าอีกมุม
ด้าน นายตี๋ (นามสมมติ) ลูกชายของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนได้ขยับรถให้ตามคำร้องขอแล้ว แต่เมื่อพ่อออกมาคุย กลับมีการโต้เถียงกันเรื่องเก่า ซึ่งเป็นกรณีที่ช่างปีนเข้าบ้าน โดยนายตี๋อ้างว่า ทางฝ่ายผู้เสียหายพูดจาดูถูกพ่อของตนสารพัด
เช่น เป็นเพียง “อดีตข้าราชการต๊อกต๋อย” หรือ “ตำรวจชั้นประทวน” ทำให้พ่อทนไม่ไหวจึงลงมือตบไป 2 ที แต่ยืนยันว่าไม่มีการชักปืน
ขณะที่ นายไตรภพ ดีบ้านคลอง ที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนเพราะผู้เสียหายกังวลว่าคู่กรณีเป็นอดีตตำรวจ อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องการให้สื่อมวลชนช่วยติดตามเรื่อง ทั้งนี้ มองว่าเรื่องที่จอดรถเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรลุกลามจนมีการใช้ปืน ซึ่งเสี่ยงต่อความสูญเสีย
ล่าสุดผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คูคต เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการครอบครองและใช้ปืนข่มขู่ประชาชน

