สาวช็อก พบศพแฟนหนุ่ม เสียชีวิตคาห้อง เผยกลับไปเยี่ยมบ้านปีใหม่ กลับมาห้องประตูล็อกจากด้านใน แง้มดูเจอร่างอยู่ข้างเตียง หลังเคานต์ดาวน์ ยังบอกรักกันอยู่เลย
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 พ.ต.ท.จักรพงษ์ ต้อมแต้ม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในจ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลอุดรธานี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ภายในห้องพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างเตียง ในสภาพนั่งคว่ำหน้า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับขวา กระสุนทะลุออกขมับซ้าย และคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 1 ปลอก และกระสุนปืนอีก 2 นัดบริเวณที่นอน พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและมีการดัดแปลงให้สามารถยิงกระสุนจริงได้ นอกจากนี้ ภายในห้องยังพบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำเปล่าวางอยู่บนโต๊ะ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ด้านเจ้าของหอพักให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ออกจากห้องพักตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.68 มีเพียงแฟนสาวเท่านั้นที่ออกจากห้องไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 ก่อนจะมาพบศพในเวลาต่อมา
ด้าน แฟนสาวของผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังติดต่อแฟนไม่ได้จึงมาดูแต่เปิดประตูห้องแต่เปิดไม่ได้ จึงขอความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยพอเปิดประตูห้อง และพบร่างแฟนหนุ่มนอนเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ติดต่อกันครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.69 โดยแฟนหนุ่มอวยพรแฮปปี้นิวเยียร์ และยังบอกรักกันอยู่เลย ซึ่งในตอนนั้นผู้เสียชีวิตบอกเพียงว่ามีอาการมึนเมา และไม่ได้มีสัญญาณเตือนหรือการระบายปัญหาใดๆ เนื่องจากปกติเป็นคนเงียบ ทั้งคู่คบหากันมานานกว่า 2 ปี
ส่วน พี่สาวของผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า น้องชายเดิมทีช่วยพ่อขายบะหมี่แถวแยกคอม้าเก่า หลังสูญเสียพ่อไปเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2568 หลังจากนั้นย้ายมาเช่าพักอาศัยอยู่ที่ห้องอยู่กับแฟนสาว โดยทั้งคู่พักอาศัยอยู่ร่วมกันได้ประมาณ 4 เดือน ส่วนกรณีอาวุธปืนไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตนำอาวุธปืนดังกล่าวมาจากที่ใด และไม่มีใครทราบถึงปมเหตุหรือแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เป็นการตัดสินใจจบชีวิตตนเอง อย่างไรก็ตาม กั้นพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหามูลเหตุจูงใจที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงของอาวุธปืนและสิ่งของผิดกฎหมายที่พบในที่เกิดเหตุ
ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรอย่างละเอียด พร้อมประสานญาติให้รับทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

