ผู้ว่าฯสุรินทร์ ห้ามนำเข้าข้าวพันธุ์อื่น มาปลอมปนกับ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ เพราะทำให้ข้าวหอมมะลิสุรินทร์คุณภาพลดลง หากพบเอาผิดตามกฎหมาย มาตรา 271, 341
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสถานการณ์การสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ยุติลงเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา และปิดด่านการค้าไทย-กัมพูชา ทุกด่านสินค้าทุกประเภทที่นำเข้าและส่งออกของไทย-กัมพูชา ที่ผ่านจุดผ่านแดนทุกชนิดห้ามผ่านโดยเด็ดขาด
ทำให้สินค้าโดยเฉพาะข้าวเปลือก ที่เคยนำเข้าจากฟังกัมพูชาไม่มีการนำเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศไทยชาวนาขายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น ขายได้ราคาตันละ 15.500 – 16.500 บาท
ซึ่งก่อนที่จะเกิดสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาด่านการค้าทุกช่องเปิดโดยเสรี ทำให้มีข้าวเปลือกจากฝั่งกัมพูชาทะลักเข้ามาฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ด่านการค้าช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ทำให้มีการนำเข้าข้าวเปลือกเจ้าของกัมพูชาเข้ามาปลอมปนกับข้าวหอมมะลิสุรินทร์ทำให้คุณภาพข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ซึ่งมีคุณค่าและคุณภาพลดลงไป ไม่นุ่ม-ยาว-ขาว-หอม ของข้าวหอมมะลิสุรินทร์เหมือนคำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ที่ผ่าน
ประกอบกับช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวนาสุรินทร์ เก็บเกี่ยวข้าวกันแล้วเสร็จ ซึ่งปีนี้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิสุรินทร์ขายได้ในราคาที่สูงมากเป็นสวัสดิการ เพราะไม่มีข้าวจากฝั่งกัมพูชาทะลักเข้ามาได้ แต่ปัจจุบันก็มีข้าวหอมไทยชนิดต่างๆพันธุ์ต่างๆ จากจังหวัดอื่นๆ ทะลักเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และพ่อค้าก็นำข้าวพันธุ์อื่นๆมาปลอมปนกับข้าวหอมมะลิสุรินทร์
ทำให้ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ที่จำหน่ายออกไปจำหน่ายมีคุณค่า และคุณภาพลดลงจากเดิม จังหวัดสุรินทร์จึงมีคำสั่งประกาศของจังหวัดออกมา เพื่อสกัดกั้นการปลอมปนข้าวพันธุ์อื่นๆกับข้าวหอมมะลิสุรินทร์
นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แจ้งประกาศว่า จังหวัดสุรินทร์ มีผลผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งมีปริมาณขนย้ายจำนวนมาก
ส่งผลให้อาจมีผู้ประกอบการค้าข้าว ฉวยโอกาสขนข้าวจากนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเจ้านุ่มที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงข้าวหอมมะลิมาก แต่มีราคาต่ำกว่า เข้าไปปลอมปนกับข้าวหอมมะลิในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบกับขณะนี้ มีพันธุ์ข้าวหอมสยามที่ยังไม่ผ่านการรับรองพันธุ์ และไม่ใช่พันธุ์ข้าวในกลุ่มข้าวหอมมะลิไทย ปลูกกระจายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหากนำมาตรวจดีเอ็นเอในขั้นตอนการส่งออก จะทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการส่งออกข้าวของประเทศ รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่เกษตรกรชายได้
ทั้งนี้ หากพบการนำข้าวชนิดอื่นมาผสมปลอมปนกับข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานหลอกลวงให้ หลงเชื่อเกี่ยวกับสภาพและคุณภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 หรือความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341

