ลูกชาย นายพลโบเมียะ อดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง สถาปนาตัวเองเป็นประธานาธิบดี สาธารณรัฐกอทูเล ตั้งรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรี ครม. เป็นอิสระจากพม่า
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ที่ค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี ตำบลชูกะลี อ.วาเล่ย์ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ติดกับ อ.แม่สอด จ.ตาก พล.อ.เนอดา เมียะ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกอทูเล หรือ ลูกชายนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู.) ประกาศสถาปนาตนเอง เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกอทูเล พร้อมจัดตั้งคณะรัฐบาลพร้อมตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ การครอบครองดินแดนแห่งรัฐกอทูเล เป็นดินแดนบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยง และอ้างอิงถึงปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม จึงขอประกาศเอกราชของรัฐกอทูเล จากรัฐบาลเมียนมาที่ล่มสลายไปแล้ว จึงสถาปนารัฐใหม่ที่เป็นอิสระคือ สาธารณรัฐกอทูเล
ในแถลงการณ์รัฐบาลสาธารณรัฐกอทูเลยังแจ้งว่า ประชาชนแห่งสาธารณรัฐกอทูเล จำเป็นต้องดำเนินการครั้งสำคัญนี้เนื่องจากพวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงถูกเลือกปฏิบัติในทุกด้านของชีวิต และต้องเผชิญกับสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเย็นชามานานเป็นเวลา 77 ปีเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1949
นับจากนั้น 1 ปี หลังจากการได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษของประเทศหรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ปกครองทางทหารเมียนมา หรือผู้เผด็จการ ยึดมั่นในความเหนือกว่าทางเชื้อชาติ
การจัดงานดังกล่าวมีประชาชน แกนนำทหารกอทูเล และทหารที่ร่วมพิธีกว่า 400 คน มีการสวนสนาม นอกจากนี้ ยังเปิดตัวคณะรัฐมนตรีกอทูเล ที่เป็นบุคคลสำคัญคือ พลโทซอซา เกโพ รองประธานาธิบดี คนที่ 1 นายเดวิด ตากาบอ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 นายซอโพ ทูเลย์ นายกรัฐมนตรี และนายเดวิด ลอว์ดู รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเบื้องต้น
พล.อ.เนอดา กล่าวว่า จากนี้เป็นต้นไปชาวกะเหรี่ยงจะขอมีเสรีภาพ ที่ไม่ขึ้นการปกครองกับทหารเมียนมา และจะมีนโยบายโดยจะมีรัฐธรรมนูญ มีรัฐกอทูเล มีคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานด้านต่างๆ ส่วนการประสานงานกับชนกลุ่มน้อยที่เป็นกองกำลังต่างๆ และกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อเอกราช และเพื่อประชาธิปไตยนั้น ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
สำหรับการเลือกตั้งในเมียนมาในขณะนี้นั้น ประชาชนไม่อยากไปเลือกตั้ง เพราะอยากเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริงในเมียนมา ถ้าอนาคตประเทศเมียนมามีรัฐบาลเผด็จการคงไปต่อไม่ได้ ซึ่งกลุ่มต่างๆ ไม่มีใครเชื่อรัฐบาล และเหตุการณ์ไม่สงบจะเกิดขึ้นต่อไป






