ตรัง ทองคำ ชาวบ้านจำนำ สูญหายจากตู้เซฟโรงตึ๊ง พุ่งเป้า คนร้าย เป็น บุคคลภายใน พบกล้องวงจรปิดดับ จี้เทศบาลนครตรัง ชี้แจงประชาชนให้สิ้นสงสัย ถามเยียวยาอย่างไร ใช้งบฯไหนชดเชย

8 มกราคม 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีการตรวจสอบ พบทรัพย์ซึ่งเป็นทองคำของประชาชน ที่นำมาจำนำไว้ที่สถานธนานุบาล เทศบาลนครตรัง ได้สูญหายออกไปจากตู้เซฟจำนวนหลายรายการ ซึ่งคาดว่า กลุ่มคนร้าย อาจจะเป็นบุคคลภายใน ซึ่งมีผู้ถือกุญแจตู้เซฟมีเพียง 2 คน

ส่วนแนวทางการสืบสวน ทราบว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บริเวณสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ในช่วงกลางดึก ได้เกิดเหตุไฟฟ้าตกจำนวน 2 ครั้ง เป็นไฟตกในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องเก็บทรัพย์สินได้ดับลง และไม่สามารถบันทึกภาพในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ได้

ขณะเดียวกัน ตรวจสอบพบว่า บริเวณคัตเอาท์ไฟฟ้าไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดส่องถึง ทำให้เจ้าหน้าที่ คาดว่า คนร้ายอาจเป็นผู้สับคัตเอาท์ไฟฟ้าลงด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด

ด้านการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยในขณะนี้ พบว่า ยังให้การไม่สอดคล้องกัน ขณะที่ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีต่อไป

นายพิชญะ ศิริศุภนนท์ หรือ “ส.ท.เหล็ง” กลุ่มแม่น้ำตรัง อดีตสมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง มากกว่า 4 สมัย รวมระยะเวลากว่า 22 ปี ออกมาเรียกร้องให้เทศบาลนครตรัง และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เร่งชี้แจงกรณีทรัพย์สินประเภททองคำของประชาชน ที่นำมาจำนำไว้ในสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง สูญหายไปหลายรายการ สร้างความตื่นตระหนก และความไม่มั่นใจให้กับประชาชน ผู้ใช้บริการเป็นวงกว้าง และยังไม่มีการออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการจากเทศบาลนครตรัง

นายพิชญะ กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวรู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากสถานธนานุบาลถือเป็นพื้นที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง และเปรียบเสมือน “คลังสมบัติของคนรากหญ้า” การที่ประชาชนนำทรัพย์สินมาจำนำไว้ หากเกิดการสูญหาย สถานธนานุบาลย่อมต้องรับผิดชอบตามใบเสร็จรับจำนำที่ประชาชนถืออยู่

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ไม่มั่นใจว่า ทรัพย์สินของตนเองจะปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นทองคำ ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ซึ่งมีราคาผันผวน และปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่าช่วงเวลาที่นำมาจำนำ

นายพิชญะ ตั้งคำถามถึงแนวทางการชดใช้ความเสียหายว่า หากทรัพย์สินสูญหาย ประชาชนจะได้รับการชดเชยในรูปแบบใด จะยึดราคาทองในช่วงใดเป็นเกณฑ์ และเทศบาลหรือสถานธนานุบาลจะรับผิดชอบในจำนวนเท่าใด

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน โดยเห็นว่า ผู้บริหารเทศบาลนครตรัง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ เนื่องจากสถานธนานุบาล เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลโดยตรง

นายพิชญะ ยังระบุว่า ในแต่ละปีเทศบาลนครตรัง มีการสนับสนุนงบประมาณให้สถานธนานุบาลปีละหลายร้อยล้านบาท และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำได้รับบำเหน็จรางวัลและโบนัสประจำปีจากกำไรของสถานธนานุบาล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 7–8 ต่อปี โดยเป็นเงินที่ไม่ได้ส่งเข้าองค์กร แต่เป็นผลประโยชน์ส่วนบุคคล

นายพิชญะ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเรียกร้องแทนพี่น้องประชาชน โดยเห็นว่านายกเทศมนตรีนครตรัง จะต้องออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในส่วนของการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ในส่วนของทรัพย์สินที่ประชาชนนำมาจำนำ ซึ่งมีมูลค่าไม่เต็มจำนวนตามเงินที่ได้รับไป จะมีแนวทางการไถ่ถอนและการชดใช้ความเสียหายอย่างไร เทศบาลหรือสถานธนานุบาลจะนำเงินจากแหล่งใดมาชดเชยหรือจัดหาทองคำคืนให้ประชาชน และจะใช้งบประมาณส่วนใดในการดำเนินการ

หลังเกิดเหตุ สถานธนานุบาลได้ปิดให้บริการเป็นเวลา 3 วัน และมีกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 9 มกราคม 2569 นายพิชญะ แสดงความกังวลว่า หากมีประชาชนจำนวนมากนำตั๋วจำนำมาไถ่ถอนทองคำคืนในวันดังกล่าว เทศบาลจะนำทรัพย์สินจากที่ใดมาคืนให้ประชาชน หากทองคำดังกล่าวสูญหายไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารเทศบาลและผู้บริหารสถานธนานุบาลออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจน เพื่อคลายข้อสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายพิชญะ ยังตั้งคำถามไปยัง นายกเทศมนตรีนครตรังว่า ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ เนื่องจากนายกเทศมนตรี เป็นเจ้าพนักงานโดยตำแหน่ง และกรณีดังกล่าว ถือเป็นความเสียหายจากการลักทรัพย์ ที่อยู่ในความครอบครองของเทศบาล

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ว่ามีประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนกี่ราย มีตั๋วจำนำจำนวนกี่ใบที่ทรัพย์สินสูญหาย และเทศบาลจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบตามหน้าที่โดยเร็ว

นายพิชญะ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประชาชนยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทองคำที่นำมาจำนำไว้สูญหายไปแล้วหรือไม่ และเมื่อถึงวันเปิดให้บริการในวันที่ 9 มกราคม 2569 สถานการณ์อาจเกิดความวุ่นวาย หากประชาชนมาไถ่ถอนแล้วไม่ได้รับทรัพย์สินคืน หรือพบว่า ทรัพย์สินสูญหาย และหากประชาชนเข้าแจ้งความเอาผิดสถานธนานุบาลในข้อหายักยอกทรัพย์ เทศบาลจะรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะประชาชนนำทรัพย์มาจำนำโดยสุจริต

“ขณะนี้เทศบาลยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ ไม่ทราบมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง ไม่ทราบว่าทองคำที่สูญหายเป็นของประชาชนรายใดบ้าง และยังไม่มีมาตรการรองรับหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน การตรวจสอบทรัพย์สินก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เพราะความผิดแต่ละกรณีถือเป็นความผิดแยกกันตามกฎหมาย ของหายต่างวันก็ต่างกรรมต่างวาระ” นายพิชญะ กล่าวทิ้งท้าย

เทศบาลนครตรัง – https://trangcity.go.th/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน