บุรีรัมย์ แม่ค้าชายแดน หวาดระแวง ยังไม่กล้าลงทุนขายของ กลัวขาดทุนซ้ำ หวั่นปะทะรอบ 3 โอดเดือดร้อน ของเน่าเสียหายหมด วอนรัฐเร่งเยียวยา เพิ่มวงเงิน สอดคล้อง ผลกระทบเกิดขึ้นจริง
9 ม.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่มีอาชีพค้าขาย เพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัว เกรงจะมีการปะทะอีก เป็นรอบที่ 3 เพราะหลังจากลงนามหยุดยิง กัมพูชา ยังละเมิดข้อตกลง ยิงปืน ค. ใส่ฐานทหารไทย ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทำให้ทหารบาดเจ็บ 1 นาย

จึงไม่มั่นใจในสถานการณ์ เกรงจะมีการปะทะกันอีกรอบ จึงยังไม่กล้าที่จะลงทุนซื้อของมาประกอบอาหารขาย กลัวจะขาดทุนซ้ำ เพราะการปะทะรอบก่อนต้องอพยพกะทันหัน และการสู้รบยืดเยื้อ ต้องอยู่ศูนย์พักพิงนานกว่า 20 วัน ของที่ซื้อมาไว้ประกอบอาหารขายก็เน่าเสีย
ซ้ำขาดรายได้ เพราะไม่ได้ค้าขายของเกือบเดือน อยากให้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือเยียวยาด้วย และหากเป็นไปได้ ควรเพิ่มวงเงินเยียวยา จากครั้งก่อนครอบครัวละ 5,000 บาท แต่รอบนี้อพยพนานกว่า ควรจะเพิ่มวงเยียวยาเป็นครอบครัวละ 7,000 -10,000 บาท ถึงจะสอดคล้องกับความเดือดร้อนจริง
นางกำธร ม่วงกิตติ แม่ค้าขายไก่ทอดหน้าโรงเรียน และขายกับข้าวในหมู่บ้าน ต.จับทบเพชร อ.บ้านกรวด บอกว่า การปะทะรอบสอง ต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงกว่า 20 วัน ทำให้ของที่ซื้อมาไว้ประกอบอาหารขายเน่าเสียหายทั้งหมด ซ้ำขาดรายได้ที่ไม่ได้ค้าขายอีกด้วย

แต่ตอนนี้ ยังไม่กล้าที่จะลงซื้อทุนซื้อของมาขาย เนื่องจากยังไม่มั่นใจสถานการณ์ เพราะหลังเจรจาหยุดยิงแล้ว เขมรยังปืน ค. ใส่ทหารไทยอีก จึงกลัวจะมีการปะทะรอบ3 และต้องอพยพอีก หากลงทุนซื้อของมาขาย กลัวเน่าเสียหายขาดทุนซ้ำอีก อยากให้รัฐบาลเร่งเยียวยาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ยังได้เรียกร้องให้ รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาพิพาทขายแดน ให้จบแบบเด็ดขาด เพราะนอกจากทหารแนวหน้าจะสูญเสียแล้ว ชาวบ้านชายแดน ได้รับความเดือดร้อนต้องอพยพ ไม่ได้ทำมาหากินมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทุกวันนี้ ยังต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง ไม่รู้เขมรจะยิงมาอีกตอนไหน