แม่บินข้ามฟ้า ตามหาลูกชาย ชาวรัสเซีย หายตัวปริศนาในพัทยา พร้อมเงิน 3 แสนกว่าบาท บอกจะไปคุยธุรกิจกับเพื่อนร่วมชาติ เผยภาพสุดท้าย ยังไม่รู้ชะตากรรม
เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 น.ส.โอลก้า ลาซาเบนโก้ อายุ 51 ปี สัญชาติรัสเซีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านล่ามแปลภาษาว่า ตนเองเดินทางจากประเทศบ้านเกิดมาที่พัทยา จ.ชลบุรี ประเทศไทย เพื่อตามหาลูกชายอันเป็นที่รัก ทราบชื่อคือ นายมิฮาอิล เอมเลียนอฟ อายุ 30 ปี สัญชาติรัสเซีย หลังหายสาบสูญไป โดยไม่ทราบชะตากรรม ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
ตนรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก ที่หายขาดกการติดต่อไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา จากเมืองพัทยา และแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.อิทธิกร สายกระโทก สว.สภ.เมืองพัทยา ไว้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี สร้างความวิตกกังวลให้กับตนเองเป็นอย่างมาก
โดยล่ามแปลภาษาให้ข้อมูล ที่ได้รับจากน.ส.โอลก้าว่า ลูกชายมาทำธุรกิจในพื้นที่เมืองพัทยาประมาณ 2 ปี ในวันสุดท้ายที่ได้คุยกับลูกชายนั้น ลูกชายแจ้งด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล ว่าจะเดินทางไปเจรจาธุรกิจค้ากัญชากับผู้ชายชาวรัสเซีย 2 คน ซึ่งมีท่าทีลักษณะที่อันตราย ในวันที่ 7 ม.ค. โดยก่อนจะเดินทางไปนั้น นัดพบกันในพื้นที่พัทยา ส่งโลเคชั่นให้แม่ตลอดเวลา
จนกระทั่งช่วงเย็นลูกชายติดต่อหาแม่อีกครั้ง พร้อมกับทิ้งข้อความสุดท้ายว่า จะเดินทางไปกรุงเทพฯ กับผู้ชายชาวรัสเซีย 2 คนที่แจ้งเมื่อเช้า และตนรู้สึกไม่ปลอดภัย หากขาดการติดต่อไปเกิน 2 ชั่วโมง แสดงว่าตนเองตกอยู่ในอันตรายแล้ว อาจจะถูกอุ้มไปทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน ให้ไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตามหาได้เลย ตอนนั้นผู้เป็นแม่รู้สึกเป็นห่วงและกังวลอย่างมาก
กระทั่งลูกชายก็ขาดการติดต่อไปตามคำที่ลูกชายบอกกล่าวไว้ ราวกับเป็นคำบอกลากับผู้เป็นแม่ จึงติดต่อหาเพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ของลูกชายออกตามหา ที่ร้านจำหน่ายกัญชาที่ลูกชายเป็นหุ้นส่วน กระทั่งไปพบกับผู้ชายรัสเซีย 2 คนที่ลูกชายกล่าวถึง ถือโทรศัพท์มือถือของลูกชายอยู่ แต่ไม่พบนายมิฮาอิล
จึงทำได้แค่เพียงแอบมอง ไม่กล้าที่จะเข้าไปสอบถาม เพราะรู้สึกว่าเป็นบุคคลที่น่ากลัว และอันตราย จึงทำเพียงรอให้นายมิฮาอิล ติดต่อกลับมา แต่ก็ไร้วี่แวว ทั้งที่ไม่เคยขาดการติดต่อกับผู้เป็นแม่ ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ในวันต่อมา
นอกจากนี้ น.ส.โอลก้า ยังเปิดเผยถึงทรัพย์สินที่ลูกชาย ขอจากแม่ไปก่อนหน้านี้เพื่อไปลงทุนธุรกิจ เป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 314,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเงินก้อนนี้อยู่ที่ไหน ส่วนเรื่องความขัดแย้งนั้น ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ซึ่งตอนนี้รูัสึกเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก เพราะไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
อยากจะวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามหาลูกชายด้วย เพราะหากว่าช้าไปกว่านี้เกรงว่า ลูกชายจะได้รับอันตราย รวมไปถึงหากผู้ใดพบเห็นลูกชายขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย พร้อมทั้งมอบรูปและกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพสุดท้ายของลูกชาย ก่อนหายตัวไปไว้เป็นแบาะแส ในการติดตามหาตัวลูกชายคนเดียวของตนเองด้วย




