ปัตตานี รวบคนร้าย2ราย แนวร่วมปฏิบัติการ ลงมือก่อเหตุ บึ้มปั๊มน้ำมัน เร่งนำตัวสอบปากคำ-ขยายผล ติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ยังหลบหนี ด้าน ศอบต. รุดเข้าช่วยเหลือเยียมยาเยื่อ
14 ม.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบ ได้กระจายกำลัง ก่อเหตุลอบวางระเบิด ลอบวางเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปตท. 2 แห่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ทำให้ปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายเหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น
สถานการณ์ล่าสุด นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ ปตท.บานา ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิด เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งได้สำรวจความเสียหายของปั๊มน้ำมัน

โดย ปั๊มน้ำมัน ปตท.บานา ยังคงปิดให้บริการ เนื่องจากต้องรอให้ทาง บริษัท ส่วนกลาง เข้ามาตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย รวมถึง ความปลอดภัยในด้านต่างๆ เสียก่อน จึงจะเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดในการเปิดบริการแต่อย่างใด
นายปิยะศิริ เปิดเผยว่า การเยียวยาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ของ ศอบต. ของ รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ที่สำคัญ คือ การเร่งความเร็ว โดยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมด โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เน้นย้ำว่าต้องมีอะไรมากกว่าตัวเงิน นั้นก็คือการเป็นพี่เลี้ยงในการประคองจนสามารถไปต่อได้
ซึ่งต้องมีมาตรการใหม่ในการชดเชย ตอนนี้ ศอบต. จะเป็นตัวกลางในการเจรจาต่อสถาบันการเงิน ที่ผู้ประกอบการกู้ เพื่อให้ยุติเรื่องของการคิดดอกเบี้ยอยู่ เพื่อให้หายใจภายใน 3-6 เดือนนี้ก่อน ซึ่งตนจะเป็นตัวกลางเองในการเจรจา พร้อมทั้งหามาตรการช่วย ลูกจ้างรายวัน ที่ต้องหยุดงานในขณะนี้ ซึ่งจะเร่งให้เร็วที่สุดภายใน 10 วันนี้
เลขา ศอบต. ยังกล่าวอีกว่า ส่วน กลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ตนก็ยังเชื่อมั่นว่า คนในพื้นที่ยังคงต้องใช้ชีวิต ต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัว เพราะฉะนั้น ศอบต. ขอยืนยัดเคียงข้างประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ
“เราพร้อมสู้และยืนอยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดมาแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ได้กลับคืนสู่ปกติ ได้มีกำลังใจในการต่อสู้ และพร้อมขับเคลื่อนในทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งสำคัญเป็นเรื่องของปากท้อง”
ขณะที่ความคืบหน้าของคดี ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งเช็กภาพ กลุ่มก่อความไม่สงบ จากกล้องวงจรปิด จนสามารถจักกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ได้แล้ว 2 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเพื่อสอบปากคำ และขยายผลเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถแกะภาพคนร้ายภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้สามารถระบุตัว กลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ได้อีก 5 ราย โดยพบว่า กลุ่มก่อความไม่สงบ ดังกล่าวเป็นกลุ่มแนวร่วมมือวางระเบิดซึ่งเคยเคลื่อนไหวก่อเหตุมาแล้วในพื้นที่ และพบว่ามีหมายจับ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงลงพื้นที่ เพื่อติดตามตัว กลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ – https://www.sbpac.go.th/