ตร.คุมตัวพ่อเลี้ยงโหดทำแผน ปัดทุ่มเด็ก 2 ขวบลงพื้น อ้างโยนให้เมียรับ ยอมรับกัดหูลูกเลือดซิบ เพื่อประชดเมียเรียกร้องความสนใจ หลังมานั่งกินข้าวช้า
จากกรณีนายจักกฤษ์ หรือมอส อายุ 28 ปี ก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบกับภรรยา โดยจับขาลูกชายวัย 2 ขวบทุ่มพื้น ตบหน้า และกัดตามตัว จนได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนตามมาทำร้ายภรรยาอีกรอบ จนญาติต้องพาหลบหนีไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 15 ม.ค.2569 ที่สภ.มัญจาคีรี พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.มัญจาคีรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประภาส ระวินู รอง สว.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายจักกฤษ์ หรือมอส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพใน 2 จุด คือ บริเวณหน้าบ้าน และบริเวณที่นาของผู้ต้องหา
โดยทันทีที่นายมอส เห็นผู้สื่อข่าวมาทำข่าว ก็บอกทันทีว่าไม่ต้องเซ็นเซอร์หน้า ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าจำได้หรือไม่ว่าได้ทำร้ายลูก โดยนายมอสบอกว่า ยอมรับว่าตีลูกแต่ไม่ได้จับฟาดลงพื้น ซึ่งภรรยาตนเองเป็นพยานให้ได้ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับภรรยาจะพูด ซึ่งมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่บ้านเพียงแต่มุมกล้องส่องไม่ถึง ทำให้ดูเหมือนเป็นการจับฟาด แต่จริงๆแล้วจับโยนไปให้ภรรยาที่นั่งอยู่ตรงนั้น และที่อยู่ที่นาก็ไม่ได้มีการจับลูกทุ่มลงพื้นตามที่ถูกกล่าวหา และยอมรับว่ากัดลูกจริง ซึ่งก็กัดปกติ

ในจุดแรกนั้น เป็นบริเวณหน้าบ้าน นายมอสยอมรับว่าทำร้ายภรรยาและลูกตรงจุดนี้ เป็นตอนที่ภรรยาถือกระเป๋าเดินมาถึงหน้าบ้าน จึงเข้าไปลากแขนภรรยาเหวี่ยงลงพื้น แล้วปากระเป๋าลงพื้นซึ่งมีโทรศัพท์ที่แตกอยู่แล้วอยู่ในกระเป๋า แล้วเข้าไปตบภรรยา โดยลูกซึ่งยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆตนเองจึงเข้าไปจับขาลูกโยนไปให้ภรรยาที่นั่งอยู่พื้นรับ ไม่ได้มีการฟาดลงพื้นแต่อย่างใด แล้วก็ตบหน้าภรรยาซ้ำอีก ก่อนที่จะมียายที่มีบ้านอยู่ละแวกใกล้เคียงเดินมาห้าม จึงนำบุ้งกี๋พลาสติกตียาย จนบุ้งกี๋แตกแล้วออกไปที่นา พร้อมกับภรรยาและลูก
จุดที่2 ที่นา เป็นจุดที่ป้าของนายมอส ให้การว่าเห็นนายมอสจับเด็กทุ่มพื้น ในวันที่ 7 ม.ค. ซึ่งเป็นวันหลังจากเหตุการณ์ในจุดแรก โดยนายมอสยืนยันว่าในจุดนี้ไม่ได้มีการทำร้ายเด็ก หรือจับเด็กลงพื้นแต่อย่างใด ยืนกรานว่าใน จุดนี้ไม่รับสารภาพ ไม่ยอมรับ เพราะไม่มีหลักฐาน ก่อนจะเถียงกับภรรยา

ว่า เพราะแบบนี้แหละ ถึงไม่อยากพูด -ึงรู้ความจริงแต่-ึงไม่พูด ก่อนจะยืนยันกับตำรวจว่าในจุดนี้ไม่มีการทำร้ายเด็ก เพียงแต่มีการกัดหู เพราะภรรยาทำอะไรชักช้าไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงกินข้าว แต่ภรรยาช้าไม่มานั่งกินสักที เลยกัดหูลูกให้ร้องไห้เพื่อประชด เรียกร้องความสนใจ ภรรยาจึงรีบมานั่งกินข้าวด้วย
ยืนยันว่ากัดจริงแต่ไม่ได้กัดแรงขนาดนั้น ที่เลือดออก เพราะหูเด็กน้อยมันบาง ซึ่งผู้กำกับ พยายามสอบว่าเหตุการณ์ในวันนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง ได้มีการกัดหูลูกใช่หรือไม่ โดยนายมอสไม่ตอบคำถามและปิดกระจกหมวกกันน็อคลงยืนเงียบไม่พูดอะไร ก่อนจะย้อนถามเมียว่า มีอะไรก็พูดไปตรงตรง ไม่ต้องมายืนอึ้ง แล้วบอกภรรยาอีกว่า ถ้า-ึงรัก-ู-ึงก็ไม่ทำแบบนี้หรอก ก่อนที่ตำรวจจะคุมตัว มาจุดที่นายบอสบอกว่ากัดหูลูก บริเวณหน้าเถียงนา และยืนยันว่าไม่ได้มีการทำร้ายภรรยา มีเพียงกัดหูลูกเท่านั้น ส่วนบาดแผลรอยช้ำอื่น เป็นบาดแผลรอยช้ำที่เกิดขึ้น

พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ กล่าวว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับตัวนายมอสมาดำเนินคดีที่ สภ.มัญจาคีรี หลังประสานตำรวจ สภ.สามพราน เข้าจับกุมตัวตามหมายจับภายในบ้านของแม่นายมอส ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนจะคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้
นายมอสรับสารภาพว่าทำร้ายภรรยา และลูกจริงที่บริเวณหน้าบ้าน แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายภรรยากับลูกที่บริเวณที่นา ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การ แต่อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนก็จะต้องทำการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งภายหลังทำแผลประกอบคำรับสารภาพ ทางพนักงานสอบสวนก็จะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้ง 4 ข้อหา ประกอบด้วย กรรโชกทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และ เสพยาเสพติด