คุมตัว มือปืน ยิงหัวหน้าวงดนตรี หลบญาติ-สื่อ ฝากขังศาล ญาติฮือบุกโรงพัก ทวงคืนยุติธรรม ป่านนี้ยังไม่เจอปืนของกลาง ข้อหาที่ตั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.69 ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นำนายนิรันดร์ มือปืนหัวหน้าเเละผู้ต้องหาร่วมแก๊งอีก 5 คน ที่ร่วมกันฆ่า นายพิเชษฐ์ หรือหนุ่ม แชงขุนทด นักดนตรีวง ‘ร้ายกาจแบรนด์’ ไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสีคิ้วตั้งแต่เช้ามืด เพื่อหลบญาติของผู้ตายและสื่อมวลชนที่มาเฝ้าติดตามทำข่าว
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ญาติเเละเพื่อนบ้านของนายพิเชษฐ์ กว่า 400 คน ไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา บริเวณที่เกิดเหตุ โดยนายนิรันดร์ รับสารภาพว่า ตนใช้อาวุธปืนยิงลงมาจากรถบรรทุก 6 ล้อ ไม่ได้ลงจากรถมายิงกรอกปากผู้ตายตามที่เป็นข่าว
ซึ่งญาตินายพิเชษฐ์ ผู้ตายคัดค้านการทำแผน เนื่องจากผลชันสูตรของแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา ระบุว่าเป็นการยิงในลักษณะใกล้ตัว กระสุนเข้าที่ปากทะลุท้ายทอยด้านหลัง ญาติจึงตะโกนสาปแช่งและฮือจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ ผู้ต้องหา ตำรวจจึงยุติการทำแผนและรีบนำตัวผู้ต้องหา 2 คน ขึ้นรถห้องขังขับฝ่าฝูงชนออกไป และญาติบางคนวิ่งตามทุบรถตำรวจด้วย
วันนี้ตำรวจจึงรีบนำผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ส่งฝากขังที่ศาลตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อหลบญาติที่จะเดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาและกดดันตำรวจในช่วงเช้า โดยตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธปืนไปในทางหรือที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ซึ่งญาติผู้ตายไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื่องากผู้ต้องหาวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยการนำรถบรรทุก 10 ล้อ รถบบรรทุก 6 ล้อ และรถเก๋งไปบล๊อครถของผู้ตาย ไม่ให้หลบหนี และฆ่าอย่างโหดเหี้ยม
ต่อมานางนุชรี ภรรยาผู้ตาย พร้อมด้วยแม่และญาติ เดินทางมายัง สภ.ด่านขุนทด เพื่อจะดูหน้าผู้ต้องหาทั้งหมด แต่ทราบว่าตำรวจส่งไปฝากขังที่ศาลแล้ว ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จึงแสดงความผิดหวังและเข้าไปถามเหตุผลกับพนักงานสอบสวนถึงการตั้งข้อกล่าวหา ที่เชื่อว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นางนุชรี กล่าวว่า ตนและญาติจะทวงคืนยุติธรรมให้สามีจนถึงที่สุด และจะไม่เผาศพสามี จะไม่ให้ตายฟรี หากไม่ได้รับความยุติธรรม ตนตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้น่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นในคดี จนป่านนี้ทำไมยังหาปืนที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุไม่พบ และข้อหาที่ตำรวจตั้งเป็นข้อหาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนจะรวบรวมหลักฐาน เพื่อยื่นร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง




