ตร.สระแก้ว บก.ปอท. กสทช. กองกำลังบูรพา ตรวจค้นตู้ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไปกัมพูชา พัวพันแก๊งหลอกลวงออนไลน์ รับโอนเงินจากบัญชีม้าแก๊งคอล
เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้น ตู้ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ต้องสงสัย ในพื้นที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามพรมแดน และคดีหลอกลวงออนไลน์มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผกก.สภ.คลองลึก
และ พ.ต.ท.สมัชญ์ นาคพน รอง ผกก.สส.สภ.คลองลึก ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.), สำนักงาน กสทช., ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และกองกำลังบูรพา
เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 6/2569 ลงวันที่ 21 มกราคม 2569 เข้าตรวจค้นตู้ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Terminal Address 589) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านท่าข้าม หมู่ 1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตามคำสั่งของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ บก.ปอท. ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งความของผู้เสียหายผ่านระบบบริหารจัดการคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้ทำงานหารายได้พิเศษและลงทุนเพื่อหวังผลกำไร
ก่อนตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีม้าแถวที่ 1 และจากการขยายผล พบความเชื่อมโยงกับคดีลักษณะเดียวกันเพิ่มเติมอีก 2 คดี รวมเป็น 3 คดี มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 3 ล้านบาท
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ พบการใช้งาน IP Address หมายเลข 147.50.101.65 ซึ่งเป็น IP ภายในราชอาณาจักรไทย แต่กลับปรากฏข้อมูลสถานที่ใช้งานจากราชอาณาจักรกัมพูชา โดยพบว่ามีบริษัทเอกชนในประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และมีบริษัท VIETTEL (CAMBODIA) PTE. LTD. เป็นผู้เช่าและใช้งาน ผ่านจุดเชื่อมต่อสัญญาณ Terminal Address 589 ในพื้นที่อรัญประเทศ
เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการลักลอบเชื่อมต่อและส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เพื่อใช้กระทำความผิดด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงดำเนินการตรวจค้น และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อาทิ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544, พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ต่อไป
ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่ร่วมกับ บก.ปอท. และสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และทหารกองกำลังบูรพา ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (โหนด) ใน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
หลังจากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจาก บก.ปอท. ว่าพบหมายเลขประจำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ใช้งานรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารในพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ซึ่งข้อมูลการรับโอนเงินดังกล่าวถูกตรวจสอบพบจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งตรงกับข้อมูลคดีการหลอกลวงที่ตำรวจได้รับแจ้งเป็นคดี การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคม ตามมติ กสทช. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 ที่เห็นชอบมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม
ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรการสำหรับบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า “ผู้รับใบอนุญาตที่ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศต้องไม่นำหมายเลข IP Address
ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศทั้งนี้ ไม่รวมถึงหมายเลข IP Address ของอุปกรณ์สำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้รับใบอนุญาต และอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่นำไปใช้ในต่างประเทศ”
อย่างไรก็ดีหากการตรวจสอบพบว่า ผู้ใดประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 67
โดยหากเป็นผู้รับใบอนุญาตแบบที่สาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“สำนักงาน กสทช. ย้ำว่าจะเฝ้าระวังและดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อกรณีการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมขอฝากไปถึงผู้รับใบอนุญาตโทรคมนาคมว่า ผมจะเดินหน้าตรวจสอบและลงพื้นที่อย่างเข้มข้น” นายไตรรัตน์ กล่าว




