ทส. สั่ง กรมป่าไม้ ลุยตรวจสบเมย หลังรับร้องเรียน 2 กรณี บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน พบบุกรุกจริง เร่งดำเนินคดีแล้ว
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทส. เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ใน 2 กรณี ได้แก่ กรณีมีนายทุนรายหนึ่งบุกรุกสร้างบ้านพักบริเวณลำห้วยกุ้ง และกรณีการลักลอบขุดแร่ดีบุกในพื้นที่ ภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดทส. ได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดทันที หากพบกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น

นายนิกร กล่าวว่า ตนจึงได้สั่งการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน โดยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส. 6 (สบเมย) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สบเมย ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย สภ.สบเมย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) สายตรวจปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สาขาแม่สะเรียง) ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่าอำเภอสบเมย ร่วมกันลงพื้นที่ในวานนี้ (28ม.ค.)

จากการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าลำห้วยกุ้ง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต.สบเมย อ.สบเมย ถูกบุกรุกอย่างชัดเจน มีการล้อมรั้วลวดหนามและติดตั้งกล้องวงจรปิดในลักษณะที่แสดงความเป็นเจ้าของโดยเอกชนจากภายนอก ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงเรือยนต์หางยาวล่องไปตามแม่น้ำยวม ห่างจากแม่น้ำสองสีที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) ประมาณ 3 กม. ยังพบมีการปลูกสร้างลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยมีการล้อมรั้วลวดหนามสามารถมองเห็นอย่างชัดเจน และพบสิ่งปลูกสร้าง ติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ตรวจสอบจีพีเอส พิกัด 47 Q 388669 UTM 1975012 ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนการร้องเรียน กรณีที่ 2 พบการทำเหมืองแร่ดีบุก ตรวจสอบพบว่าเป็นเหมืองแร่ซีไลต์และวุลแฟรมที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พนาสิทธิ์ ได้รับสัมปทานถูกต้องตามกฎหมาย และยังไม่หมดอายุใบอนุญาต จะหมดอายุในวันที่ 18 พ.ค. 2570 ทั้งนี้ ได้ลงเรือสำรวจล่องตามลำน้ำยวม จากแม่น้ำสองสีที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) ไปจนถึงบ้านท่าเรือหย่อมบ้านทียาเพอ ไม่พบร่องรอยเส้นทางการนำแร่ออกมาแต่อย่างใด

“กรมป่าไม้ ขอย้ำว่าจะปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ตามข้อสั่งการของปลัด ทส. ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามทันทีที่ได้รับแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือขบวนการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมให้ดำเนินคดีถึงที่สุด” นายนิกร กล่าว