สลีค อีวี มองเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาว เตรียมขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 สถานีทั่วประเทศ 600 จุดชาร์จ ร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาด

 

นายกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “สลีค” เปิดเผยว่า สลีค อีวี ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการพัฒนาโปรเจกต์ S-CHARGE ระบบสถานีชาร์จที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จ การเข้าถึงพลังงาน และต้นทุนการใช้งานในระยะยาว

เป็นการสะท้อนแนวคิด “สร้างระบบก่อนยอดขาย” รากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม EV พร้อมทั้งเร่งขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 จุดทั่วประเทศ 600 หัวชาร์จ ในปีนี้ โดยเน้นศักยภาพของระบบการชาร์จที่เชื่อมต่อกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และสามารถขยายได้ในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนเพียง 1–2% ของตลาดรวม สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้การหันมาใช้ EV ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในวงกว้าง

จากข้อมูลพบว่ากลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในปัจจุบันมีระยะทางการเดินทางเฉลี่ย 50–80 กิโลเมตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายในอนาคตมีความต้องการเดินทาง 100–200 กิโลเมตรต่อวัน ทำให้ชะลอการซื้อ เพราะต้องการรอความพร้อมของระบบรองรับก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV โดยปัจจัยชี้ขาดของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ต้นทุนการเดินทางของผู้บริโภคเป็นหลัก

ปัจจุบัน สลีค อีวี มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวางจำหน่ายหลายรุ่น อาทิ TYPE-X, TYPE-E, TYPE-S, SLEEK Play 1.0 และ รุ่นใหม่ล่าสุด TYPE-X S PERFORMANCE มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น S Drive 1.0 ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงรถสันดาป 125 ซีซี.

การอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะไกล แบบ OTA ให้รถฉลาดขึ้นได้ตลอดเวลา ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง พร้อมการรับประกันสูงถึง 150,000 กิโลเมตร มีเครือข่าย S-CHARGE สำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 7 สถานี โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงการเชื่อมต่อ IoT ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อบริหารจัดการรถและติดตามสถานการณ์ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ สร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด สำหรับยอดขายในปีนี้ตั้งเป้าอยู่ที่ 4,000 คัน หรือเติบโตขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน