ทีเส็บ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เปิดแผนงานประจำปี ใช้ผล Brand Insights นำจุดแข็งของไทย ปั้นเป็นจุดขายระดับภูมิภาค ตั้งเป้าไมซ์ไทยโต 10%
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ว่า ทีเส็บได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ “Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลกระทบระดับสูง ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่จัดงาน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน
เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทีเส็บได้ปรับกลยุทธ์ “TCEB Go” ให้มีความแหลมคม และชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดขายระดับนานาชาติ ผลักดันหลักการ ESG (Environmental, Social, Governance) ให้บูรณาการอยู่ในทุกงานไมซ์ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทย ให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
พร้อมทั้งบ่มเพาะ และพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พัฒนา Data, Intelligence นวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด และ Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในประเทศไทย โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ไมซ์ไทยไม่เพียงเติบโตในเชิงปริมาณ แต่เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และยั่งยืนในระยะยาว
“การปรับโฟกัสให้ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางการวางนโยบายใหม่เพื่อสร้างความคมชัดด้านแบรนด์ของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสอดรับกับผลการศึกษา Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และมืออาชีพไมซ์ในระดับนานาชาติ จำนวน 568 ราย
ซึ่งสะท้อนความต้องการให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศอย่างชัดเจน อาทิ วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness & Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI” นางศุภวรรณ กล่าว
นางศุภวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2569 ทีเส็บตั้งเป้าการเติบโต 10% ด้วยจำนวนนักเดินทางไมซ์ยอดรวม 29.4 ล้านคน แบ่งเป็นนักเดินทางในประเทศ 28.2 ล้านคน นักเดินทางต่างประเทศ 1.2 ล้านคน รายได้ยอดรวม 163,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักเดินทางในประเทศ 92,000 ล้านบาท รายได้จากนักเดินทางต่างประเทศ 71,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้ไมซ์มีสัดส่วนสร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือ GDP ที่ระดับ 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%