กรมทะเล ใช้แนวทาง 4R ฟื้นชีวิตแนวปะการัง-หญ้าทะเล ตั้งเป้าปี 69 ฟื้นฟูหญ้าทะเล 940 ไร่ แนวปะการัง 295 ไร่ คืนความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องทะเลไทย
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทะเลไทยกำลังเผชิญวิกฤตจากภัยคุกคามหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์และมลภาวะการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางชีวภาพ ที่ส่งผลให้แนวปะการัง และหญ้าทะเลเสื่อมโทรมลง ทั้งนี้ ในปี 2569 ทช. ได้มุ่งเน้นขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยแนวทาง 4R Appoaches for Ecosystem Recovery เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งแหล่งหญ้าทะเล และ แนวปะการัง ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 ฟื้นฟูพื้นที่หญ้าทะเล 940 ไร่ ควบคู่การเสริมศักยภาพแนวปะการังและถิ่นอาศัยใต้ทะเล 295 ไร่ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องทะเลไทย

กรมฯ ได้วางแนวทาง 4R: ฟื้นฟู “หญ้าทะเล–ปะการัง” ดังนี้
1. Restoration ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ด้านหญ้าทะเล ดำเนินการย้ายปลูก เพาะเมล็ด และแยกกอ เพื่อเพิ่มพื้นที่หญ้าทะเลในจุดที่เสื่อมโทรม และฟื้นคืนแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลหายาก ส่วนด้านปะการัง เพิ่มพื้นที่แนวปะการังหรือซ่อมแซมแนวปะการังโดยการปลูกเสริม เพื่อรักษาและเพิ่มแหล่งพ่อแม่พันธุ์ปะการัง สนับสนุนการฟื้นตัวของแนวปะการังธรรมชาติ

2. Regeneration ป้องกันภัยคุกคามและรักษาพื้นที่ฟื้นฟู ด้านหญ้าทะเล กำหนดแนวเขตคุ้มครองโดยการกั้นพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบจากเรือ การทำประมง และลดการกัดกินของสัตว์น้ำ เต่าทะเล เพื่อป้องกันการทำลายซ้ำ ด้านปะการัง จำกัดผู้ล่าปะการังในธรรมชาติ ควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวและกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่เปราะบาง ลดแรงกดดันต่อแนวปะการัง เพื่อสนับการฟื้นตัวของปะการัง

3. Rehabilitation ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการฟื้นตัว ด้านหญ้าทะเล ควบคุมตะกอน ลดมลพิษจากชายฝั่ง และปรับคุณภาพน้ำ เพื่อให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล ด้านปะการัง ออกแบบโครงสร้างเชิงนิเวศและพื้นที่อาศัยใต้ทะเล เพื่อกระตุ้นการตั้งถิ่นฐานของตัวอ่อนปะการัง เพิ่มพื้นที่แนวปะการังเทียม เพื่อเพิ่มอัตราการรอดของปะการังวัยอ่อนและเร่งการฟื้นตัวของแนวปะการังธรรมชาติ

4. Rewilding คืนชีวิตและสมดุลระบบนิเวศ ด้านหญ้าทะเล เพิ่มสิ่งมีชีวิตหน้าดิน เช่น ปลิงทะเล เพื่อช่วยลดตะกอน ปรับคุณภาพพื้นทะเล และเสริมกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติ ด้านปะการัง ส่งเสริมการกลับคืนของสิ่งมีชีวิตแนวปะการังที่สำคัญและสัตว์น้ำประจำถิ่น เพื่อสร้างห่วงโซ่อาหารและสมดุลระบบนิเวศใต้ทะเลอย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมทะเล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กรมฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พี่น้องประชาชน ถึงความสำคัญของหญ้าทะเลและปะการังที่เป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่คอยทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาล สัตว์น้ำวัยอ่อน แหล่งอาหารของสัตว์ทะเลหายาก และยังเป็นแนวกันคลื่นธรรมชาติเพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่ง สุดท้ายนี้ หากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรเหล่านี้ ที่เป็นบ้านของสัตว์ทะเลและแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์ ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อลูกหลานของเราได้ในอนาคต