ธนาคารกสิกรไทยประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 เติบโตอย่างสมดุล เดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” มอบโซลูชั่นได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ

น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน และตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ดังนี้
1) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพ และต้องการสร้างการเติบโต อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต และเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัย วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต เพื่อพัฒนา และนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม
ขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอโซลูชันต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อ การลงทุน ประกันชีวิต และบริการชำระเงินแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ยกระดับการเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ ผ่านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
2) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโต และมีคุณภาพ เพื่อปลดล็อคศัยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน นำเสนอโซลูชันทั้งด้านสินเชื่อ และไม่ใช่สินเชื่อที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าแบบองค์รวม
3) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ กลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพของโซลูชัน ที่ออกแบบเฉพาะให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ และห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้าแต่ละราย แต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างรอบด้าน
· ยกระดับรูปแบบการให้บริการด้านระบบการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงตามอุตสาหกรรม สนับสนุนความต้องการของลูกค้าธุรกิจ เสริมสร้างความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ออกแบบเฉพาะ
โดยผนึกรวมกับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องอันได้แก่
ยุทธศาสตร์หลักที่ 1 การยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ ที่เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ การให้สินเชื่ออย่างรอบคอบด้วยกระบวนการเครดิต ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยี Data & AI
ยุทธศาสตร์หลักที่ 2 การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียม ผ่านการให้บริการด้านการชำระเงิน ที่มุ่งเน้นเป็นธนาคารหลักในการให้บริการทั้งลูกค้าบุคคล และธุรกิจ นำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจร และบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทุกดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งการชำระเงินในประเทศ และระหว่างประเทศ
ยุทธศาสตร์หลักที่ 3 การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ “Digital First Experience” ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ และบริการในทุกช่องทาง ผสานศักยภาพของบุคลากร และมุ่งเน้นช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผ่าน K PLUS โมบายแบงกิ้งสำหรับลูกค้ารายย่อย และ K BIZ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้ K PLUS เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านรายในปี 2568 เป็น 24.2 ล้านราย
ยุทธศาสตร์ ‘บวกหนึ่ง’ การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลาง และระยะยาว ที่มุ่งเน้นการปรับลำดับความสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอธุรกิจระหว่างประเทศ และขยายพอร์ตโฟลิโอด้านนวัตกรรม และธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อให้มั่นใจถึงผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพจากการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับความเชี่ยวชาญของพนักงาน