อดีตรัฐวิสาหกิจวัยเกียณ เสียรู้ หนุ่มมาเลย์ สูญเงิน 3 ล้าน หลังถูกโทรขู่ อ้างเป็นตำรวจ ขอตรวจสอบบัญชีเอี่ยวฟอกเงินยาเสพติด ย่ามใจก่อเหตุซ้ำ ตาสว่างแจ้งตร.ซ้อนแผนจับ
วันที่ 6 ก.พ.2569 น.ส.สุดจิตร (สงวนนามกุล) อายุ 63 ปี ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ว่าตนเองน่าจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มาทำการหลอกลวงเอาทรัพยสินไป
โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่าตนไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด พร้อมกับข่มขู่ตนต่างๆนานาจนทำให้ตนเกิดความกลัว จึงได้ทำตามคำสั่งของกลุ่มบุคคลดังกล่าวด้วยการไปเบิกถอนเงินสดจากธนาคารให้กลุ่มคนร้ายไปแล้ว 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงินจำนวน 3 ล้านบาท โดยจะมีตัวแทนของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมารอรับเงินสดจากตนไป โดยอ้างว่าจะนำเงินสดไปตรวจสอบ
น.ส.สุดจิตร เปิดเผยอีกว่า ตนถูกคนร้ายกลุ่มนี้ติดต่อทางโทรศัพท์ มาในวันที่ 3 ก.พ.โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรศัพท์มาหาพร้อมบอกว่าตนไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จึงต้องตรวจสอบเส้นเงินของตน จากนั้นในวันที่ 4 ก.พ.จึงให้ตนไปเบิกเงินสดจากธนาคารออกมาให้ตรวจสอบ ตนจึงไปเบิกเงินออกจากธนาคารมาจำนวน 3 ล้านบาท และนัดหมายให้คนร้ายมารับเงินไป 1 ล้านบาทเพื่อนำไปตรวจสอบ
ต่อมาในวันที่ 5 ก.พ.คนร้ายคนเดียวกันได้ติดต่อมา ให้เตรียมเงินไว้ให้ตรวจสอบอีก ก่อนที่คนร้ายจะมารับเงินไปอีก 2 ล้านบาท รวม 2 วัน 3 ล้านบาท จนกระทั่งในวันนี้คนร้ายติดต่อมาอีก ให้ออกไปเบิกเงินจากธนาคารเตรียมไว้ให้ตรวจสอบ ตนจึงไปเบิกเงินที่ธนาคารออกมาอีก 1.5 ล้านบาท แต่ในวันนี้รู้สึกสงสัยในพฤติกรรม จึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับทางผู้ใหญ่บ้าน
จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ทางผู้ใหญ่บ้านจึงพาตนมาเข้าแจ้งความ พร้อมกับวางแผนนัดหมายกับตำรวจจริงเพื่อซ้อนแผนจับกุมคนร้าย โดยได้นัดแนะให้คนร้ายมารับเงินที่บริเวณลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอไทรน้อย ในช่วงเวลา 10.00.น. จนกระทั่งสามาถรวบตัวคนร้ายได้ในที่สุด

น.ส.สุดจิตร กล่าวยอมรับว่า หลังจากที่ถูกหลอกมาอยู่ 3 วัน ในวันนี้เมื่อตนได้มาไตร่ตรองดูอย่างละเอียดจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ช่วง 3 วันแรกที่ถูกหลอกนั้น ตนยอมรับว่ายังคิดไม่ได้ ไม่ได้ไตร่ตรองให้ดี อาจจะเป็นเพราะความเครียดที่ถูกกดดัน จึงไม่ทันได้คิดให้มันละเอียด พอเมื่อเช้านี้คนร้ายติดต่อมาอีกคนจึงตัดสินไปไปปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน
ทางผู้ใหญ่บ้านจึงพามาแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนให้ตนนำเงินไปให้คนร้ายตามเวลาและสถานที่ที่นัดหมายไว้ จนสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่มารับเงินจากตนไปในวันที่ 4 กับวันนี้วันที่ 6 ส่วนวันที่ 5 คนร้ายเป็นชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งตนยังเสียดายเงินเก็บก้อนแรก 3 ล้านบาทที่ถูกคนร้ายออกเอาไป อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามกลับคืนมา เพราะเป็นเงินก้อนที่ ตั้งใจเอาไว้ใช้หลังเกษียณ

เวลาต่อมา พ.ต.อ.ณัฏธ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญเรื่อง ชัยรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.ไทรน้อย พ.ต.ท.เรวัต สุริยะ สว.สส.สภ.ไทรน้อย และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย ที่ได้วางแผนให้น.ส.สุดจิตร ผู้เสียหาย นำเงินสดไปรอพบคนร้ายตามที่นัดหมายไว้
จนกระทั่งเมื่อถึงเวลานัดหมาย มีบุคคลลักษณะต้องสงสัยมาเดินวนเวียนอยู่บริเวณลานจอดรถก่อนจะเดินเข้ามารับถุงบรรจุเงินสดจากผู้สียหายไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นชายคนดังกล่าวพบว่าเป็นชาวต่างชาติ ชื่อ Mr. TANERICZAN NIZAM สัญชาติมาเลเซีย อายุ 25 ปี
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า Mr. TANERICZAN NIZAM คือบุคคลคนเดียวกันกับที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเป็นคนที่มารับเงินจากผู้เสียหายเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว มาทำการสอบสวน เพื่อขยายผลจับกุมไปยังผู้ร่วมกระทำผิด ในข้อหาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป