กรมการค้าภายใน โชว์ผลงาน นำคณะนักธุรกิจจาก สปป.ลาว จับคู่ธุรกิจ ทำสัญญา 14 คู่ มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท ลั่นพร้อมซื้อสินค้าไทยเพิ่มต่อเนื่อง

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ ได้ยกระดับบทบาทงานธงฟ้า จากการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดสู่การเป็นเวทีเชื่อมโยงธุรกิจและสร้างพันธมิตรทางการค้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะร้านค้าธงฟ้าที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน ได้ขยายตลาดและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในระดับภูมิภาค

โดยไฮไลท์ในการจัดธงฟ้าครั้งนี้ DIT ได้จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในวันแรกของการจัดงาน มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจรวม 14 คู่ ทำสัญญาซื้อขาย คิดเป็นมูลค่ารวม 1,067,372,000 บาท โดยมีทั้งสินค้าเกษตร อาทิ หอมแดง มะขามเปียก มันเทศ ถั่วลิสง พริกสด กาแฟ รวมถึง กากน้ำปลา ปลาร้าบด ที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวลาวอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคอาทิแชมพูสมุนไพร ยานวด ยาดม และอื่นๆ ซึ่งผู้ซื้อทางสปป.ลาว ขอทำสัญญาซื้อขายกับผู้ผลิตไทยเป็นรายปีต่อเนื่องด้วย ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินค้าไทยและความสำเร็จของการยกระดับงานธงฟ้าในมิติเศรษฐกิจ


นายจิรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าใน 7 จังหวัดชายแดนนำสินค้ามาจำหน่ายและเชื่อมโยงตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมภายในงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียงให้กลับมาคึกคัก

ขณะเดียวกัน DIT ยังคงดำเนินภารกิจด้านการลดค่าครองชีพประชาชน โดยนำสินค้าจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 2,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% ภายในงานกว่า 200 บูธ อาทิ น้ำมันปาล์มขวดละ 35 บาท น้ำตาลทรายขาวกิโลกรัมละ 20 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 แผงละ 80 บาท และข้าวสารหอมมะลิถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 95 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดสดจำหน่ายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเลือกซื้อสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดจากงานดังกล่าวได้อีกช่องทางหนึ่ง ช่วยขยายการเข้าถึงสินค้าและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น

“การจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าครองชีพประชาชน แต่ยังช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน” นายจิรวุฒิกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน