จากผู้เสียหาย กลายเป็นผู้ต้องหา หญิงป่วยจิตขึ้นโรงพักจะแจ้งความ ก่อนฉุนทำร้ายผู้กองหญิงได้รับบาดเจ็บ โดนรวบแจ้ง 2ข้อหาหนัก
วันที่ 12 ก.พ. 2569 จากกรณีเหตุประชาชนทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อช่วง 21.30 น.วันที่ 10 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ หญิงผู้ก่อเหตุ ซึ่งเดินทางมาแจ้งความ กลายสถานะจากผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา
ซึ่งผู้บาดเจ็บคือ ร.ต.อ.หญิงรายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรจราจรใน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลบริเวณใบหน้าและมีเลือดออก ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในทุกๆส่วนงาน โดยเฉพาะในห้องรับแจ้งความซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บได้ออกเวรไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่คนอื่นๆต่างยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ทราบว่า หญิงที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่นั้น อายุ 32 ปี ชาวต.บางพลี จ.สมุทรปราการ และพบว่ามีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช โดยพบหลักฐานยืนยันประวัติว่าจะต้องไปรับยาต่อเนื่องใน วันนี้ (11 ก.พ.2569) โดยช่วงเช้าหญิงรายดังกล่าวได้เข้ามาแจ้งความกับร้อยเวรคดีออนไลน์
ซึ่งเป็นร้อยเวรหญิงอีกคน แต่ทางร้อยเวรหญิงติดสอบปากคำอีกคดีหนึ่งอยู่ ผู้ก่อเหตุจึงมีอารมณ์ฉุนเฉียวก่อนจะเดินทางกลับไปก่อน ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในช่วงเย็น เพื่อทำการแจ้งความกับร้อยเวรคดีออนไลน์ที่เข้าเวรอยู่ในขณะนั้น
ซึ่งผู้ก่อเหตุก็มีอาการหงุดหงิด อีกเช่นเดิม ประจวบเหมาะกับผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นร้อยเวรหญิงคดีจราจรมาเข้าเวรพอดี และเพิ่งย้ายมาเข้าเวรวันแรก ทางผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าเป็นร้อยเวรหญิงคดีออนไลน์คนเดียวกันกับเมื่อเช้าจึงปรี่เข้าไปทำร้ายทันที จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและมีเลทอดออก
ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุจะเข้าห้าม พร้อมประสานสายตรวจเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสงบสติอารมณ์ที่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนทำบันทึกจับกุม 2 ข้อหา
ประกอบด้วยข้อหา “ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่” ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทางผู้ก่อเหตุแจ้งว่าปวดท้อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้พาส่งโรงพยาบาล และให้ประกันตัวชั่วคราวก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป