เชียงใหม่ เริ่มกระทบสุขภาพ กรมฝนหลวงฯ สั่งระบายฝุ่นพิษ บริเวณ กทม.-เหนือ-อีสาน ส่งเครื่องบิน โปรยน้ำแข็งแห้ง ดัดแปรสภาพอากาศ ลดฝุ่น PM2.5 ปรับแผนปฏิบัติการช่วง ก.พ.นี้
12 ก.พ. 69 – นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงฯ ยังคงปฏิบัติภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยมีการตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศในปัจจุบัน จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ หน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยฯ จ.ระยอง หน่วยฯ จ.ตาก และหน่วยฯ จ.ขอนแก่น

จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ในช่วงวันที่ 12-16 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก บริเวณทั้ง 3 พื้นที่ จะอยู่ในระดับปานกลาง ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีเหลือง-สีส้ม)
เนื่องจากอัตราการระบายอากาศ พบว่า มีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ อ่อน-ดี ประกอบกับลมในช่วงนี้มีกำลังอ่อน อาจส่งผลให้ฝุ่นมีแนวโน้มสะสมได้ ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ จะมีการสะสมของฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ เริ่มมีจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก และลมพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วย
อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงวางแผนรับมือด้วยการวางแผนปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ฝุ่นจะสะสมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จะมีการปรับแผนการเปิดหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ โดยยังคงหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบิน Super King Air 1 ลำ เครื่องบิน Caravan 3 ลำ หน่วยฯ จ.ระยอง ใช้เครื่องบิน CN1 ลำ และเครื่องบิน Caravan 1 ลำ หน่วยฯ จ.ขอนแก่น ใช้เครื่องบิน Casa จำนวน 1 ลำ และเปิดหน่วยฯ จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบิน Casa จำนวน 2 ลำ
อย่างไรก็ตาม ภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้นำเทคนิคต่อยอดมาจากตำราฝนหลวงพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ การก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง การเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง และการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศอุณหภูมิผกผัน
โดยผลปฏิบัติการที่ผ่านมาพบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2569 ไปจำนวน 66 วัน 398 เที่ยวบิน ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 และค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงหลังปฏิบัติการ จำนวน 53 วัน คิดเป็นร้อยละ 80

สำหรับพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 8 วัน 15 เที่ยวบิน ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 และค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงหลังปฏิบัติการ จำนวน 8 วัน คิดเป็นร้อยละ 100
ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2569 ไปจำนวน 6 วัน 13 เที่ยวบิน ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 และค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงหลังปฏิบัติการ จำนวน 6 วัน คิดเป็นร้อยละ 100 อธิบดีฝนหลวงฯ กล่าวทิ้งท้าย