“ตรีนุช” ย้ำปฏิรูป ประกันสังคม ไม่ใช่แปรสภาพเป็นเอกชน ให้โจทย์ทีมปฏิรูป สปส. ต้องเป็นองค์กรรัฐ บริหารแบบมืออาชีพ คล้ายรูปแบบ กบข. เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นอิสระจากการเมือง

12 กุมภาพันธ์ 2569 – น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ว่าได้มีการประชุมคณะทำงานครั้งแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยที่ประชุม มีข้อสรุปตรงกัน ในเรื่องที่เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขของสำนักงานประกันสังคม ใน 3 ด้านหลักๆ คือ การติดกรอบระบบราชการ ทำให้งานล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการหรือความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ความเชื่อมั่น เรื่องความโปร่งใส ธรรมาภิบาล ที่ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลได้ และ การที่ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร ให้เหมาะสมกับบริบททางสังคมในอนาคต

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การปฏิรูปประกันสังคม ไม่ได้ต้องการให้ แปรสภาพเป็นเอกชน (Privatization) แต่ต้องการทำให้เป็น “องค์กรของรัฐ ที่บริหารแบบมืออาชีพ” เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน และ นายจ้างอีกกว่า 500,000 ราย มีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการเป็นองค์กรที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

ในส่วนของการทำให้สินทรัพย์งอกเงย ก็ต้องมีกลยุทธ์การบริหารเงินลงทุนที่นอกจากการบริหารโดยมืออาชีพแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทั้ง ผู้ประกันตน นายจ้าง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย

“ต้องยอมรับว่า กองทุนประกันสังคม มีขนาดใหญ่มาก จนการบริหารแบบเน้นความเสี่ยงต่ำตามระเบียบราชการ อาจไม่เพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในอนาคต พูดง่ายๆ ก็คือ มีความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินจ่าย หากยังบริหารแบบเดิม จึงได้มีข้อเสนอมาก่อนหน้านี้ ในเรื่องของการจัดตั้งหน่วยงานบริหารการลงทุนแบบมืออาชีพ แยกออกมาชัดเจน คล้ายกับรูปแบบของ กบข.” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า การบริหารกองทุนเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงโดยปกติอยู่แล้ว แต่มืออาชีพจะรู้ว่า จะกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้นได้อย่างไร เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ และรองรับสังคมสูงวัย ที่มาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายปี

ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร หรือ Restructuring โจทย์ใหญ่ คือ ลดความเทอะทะแบบราชการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร ไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่อาจจะล้าหลังไปแล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถดึงดูด คนที่มีความเชี่ยวชาญสูงในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเงินและการลงทุน เข้ามาทำงานด้วยอัตราค่าจ้างที่แข่งขันกับเอกชนได้

สำคัญที่สุด คือ ต้องมีความโปร่งใส มีระบบธรรมาภิบาลที่สามารถตรวจสอบได้ และ จะดีที่สุด คือ มีความเป็นอิสระจากการเมือง

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของการบริการ จำเป็นต้องยกระดับ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ทั้ง AI , Co-Bot หรือ Big Data ที่เชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน แบบ Real-time สามารถวิเคราะห์เพื่อออกแบบสิทธิประโยชน์ ที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกันตนแต่ละกลุ่มอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำนักงานประกันสังคม –

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน