มวลชนจันทบุรี รุกไม่เลิก จี้กกต.เปิดหีบพิสูจน์ความจริง ข้อพิรุธ “สมุดปกขาว-สายรัดหีบ” หากไม่ชัดเจน เตรียมยกระดับเป็น “แฟลชม็อบ” ด้านผอ.กกต. ยันทำตามขั้นตอน เตรียมประกาศผลทางการ 3 เขต

วันที่ 13 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี บรรยากาศตั้งแต่ช่วงสายพบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสายตรวจและชุดสืบสวนมาเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อย หลังกลุ่มมวลชนนัดรวมตัวทวงถามความคืบหน้ากรณีข้อสงสัย 6 ประเด็นพิรุธการเลือกตั้ง สส. จนกระทั่งเวลา 13.00 น. กลุ่มภาคประชาชนได้ทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับฟังคำชี้แจงตามที่ได้ยื่นหนังสือไว้ก่อนหน้านี้

นายเอื้อการย์ ตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มมวลชน โดยระบุว่า พยานหลักฐานที่ยื่นไปมีถึง 15 รายการ ประเด็นหลักที่ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตหลายอย่าง อาทิ การแก้ไขสมุดปกขาว มีคลิปมัดตัว ผอ.เขต ส่งสมุดกลับไปให้ กปน. แก้ไขตัวเลขหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งผิดกฎหมาย และพบว่าหลายเล่มมีลายมือเขียนเหมือนกัน คนเดียว ความไม่โปร่งใสของหีบบัตร หีบบัตรในพื้นที่ ต.จักกรูด ทั้งอำเภอไม่มีลายเซ็นกำกับสายรัดแม้แต่ใบเดียว รวมถึงกรณีสายรัดถูกตัดทิ้งที่ กกต. อ้างว่าหล่นจากการขนส่งแต่มวลชนมองว่าเป็นข้อพิรุธ

” ข้อมูลขัดแย้งพบตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์จาก 3 แหล่งข้อมูล กรมการปกครอง, ใบ ส.ส. 2/6(1) ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเขต 1 ที่ยอดต่างกันหลักหมื่นคน เมื่อสอบถามถึงหลักฐานต่างๆ กกต. มักอ้างว่าหลักฐานทั้งหมด เช่น บัตรที่เหลือ หรือใบลงทะเบียนผู้มาใช้สิทธิ์ ถูกเก็บไว้ในหีบและไม่มีอำนาจเปิด “ตอนนี้หีบบัตรกลายเป็นมิติพิศวง ทุกคำถามที่เราสงสัย คำตอบอยู่ในหีบหมด แต่ กกต. บอกเปิดไม่ได้ ถ้าไม่ยอมเปิดแล้วเราจะรู้ความจริงได้อย่างไร ”

นายเอื้อการย์ กล่าวอีกว่า กลุ่มมวลชนยืนยันจุดประสงค์เดิมคือ “ต้องเปิดหีบนับคะแนนใหม่” หรืออย่างน้อยต้องเปิดเพื่อนับบัตรเช็กยอดว่าตรงกับใบ ส.ส. 5/18 หรือไม่ หากยังไม่มีความชัดเจน เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวในรูปแบบ “แฟลชม็อบ” เพื่อทวงถามความถูกต้องจนกว่าจะมีการเปิดหีบพิสูจน์ความโปร่งใส

ขณะที่ นายอำนาจ ผุสดี ผู้อำนวยการ กกต.จันทบุรี ชี้แจงว่าได้เร่งสรุปข้อเท็จจริงกว่า 30 ประเด็นส่งให้กกต.ส่วนกลางพิจารณาแล้วตั้งแต่เช้าวันนี้ โดยชี้แจงเป็นประเด็นหลักว่า เรื่องปมสายรัดหีบ เป็นสายรัดที่ถูกตัดออกระหว่างขั้นตอนการ “ยุบรวมหีบบัตร” ที่อำเภอเพื่อความสะดวกในการขนส่งช่วงเช้ามืด ไม่ใช่การแอบเปิดหีบโดยมิชอบ มีกล้องวงจรปิดและหมายเลขสายรัดตรวจสอบได้ ส่วนเรื่องผลคะแนน ขณะนี้สรุปภาพรวมทั้ง 3 เขตเสร็จสิ้นแล้ว เอกสารที่มีลายเซ็นหลุดไปไม่ใช่เอกสารลับ แต่เป็นรายงานตามปกติ

ส่วนการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องรอ กกต. ชุดใหญ่ประกาศอีกครั้ง ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ยืนยันว่าตรวจสอบแล้วยอดผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสองประเภทตรงกัน ไม่มีการทุจริตตามที่กังวล ประชาชนยังสามารถนำหลักฐานการทุจริตมายื่นเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2569 โดย กกต. พร้อมตรวจสอบทุกประเด็นเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน