อรรถพล โต้ ชัยวัฒน์ ถูกโยงอยู่เบื้องหลัง ตัดถนนผ่าป่าแม่ยวม-สาละวิน 7.8 กม. เตือนอย่าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ย้ำหากไม่หยุดพาดพิง ดำเนินคดีตามกฎหมาย สั่งเร่งตรวจสอบ-หาผู้กระทำความผิด ดำเนินคดีตามกฏหมาย ถึงที่สุด เพื่อรักษาประโยชน์ประเทศชาติ

20 ก.พ. 69 – กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘พิทักษ์ศรัทธา’ โพสต์ปมการลักลอบตัดถนนในเขตป่าขุนยวม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาและสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน

พบการบุกรุกป่าต้นน้ำชั้น 1A เพื่อสร้างถนนรวมระยะทาง 7.8 กม. โดยมีอดีตหัวหน้าเขตสั่งการ และเชื่อมโยงว่าอธิบดีกรมอุทยานฯ อยู่เบื้องหลัง นั้น

ล่าสุด ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ จัดแถลงข่าวกรณีดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่า ข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง และมีการพาดพิงจากบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี

ยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ตามที่ถูกกล่าวหา และขอบคุณที่มาช่วยกันทำงาน แต่ต้องระมัดระวังการให้ข่าวและบุคคลอื่น เพราะกระทบคนที่ตั้งใจทำงาน และถ้ายังไม่หยุด ก็ต้องพิจารณากระบวนการตามกฎหมาย

นายอรรถพล ระบุว่า หน่วยงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ล่าช้า โดยมีคำสั่งย้าย และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะนี้ 1 ในผู้ต้องหา อยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับถนนที่ถูกตัด พบว่า อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร รวมความเสียหายประมาณ 12 ไร่ มีต้นไม้ถูกตัดโค่น 329 ต้น ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการก่อสร้าง และจะหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างแนวชายแดนประมาณ 5 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 23 ก.พ. นี้ พร้อมที่ปรึกษา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนรื้อถอนและฟื้นฟูสภาพป่าโดยเร็ว

รวมทั้งสั่งการให้สำรวจพื้นที่แนวชายแดนฝั่งตะวันตก ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับ หน่วยทหาร ในการลาดตระเวนป้องกันการบุกรุก โดย นายสุชาติ ได้ย้ำให้ดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด และหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ยัง รายงานผลตรวจสอบพบพฤติการณ์เรียกเก็บเงินจากชาวบ้าน รายละตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท โดยอ้างว่า เป็นโครงการของทางราชการ ทั้งที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้พบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดรวม 3 ราย

ประกอบด้วย นายธนากร ถิรชานิธิศ นายกฤษฎา อุตมา และนายสุพรรณ์ งามเลิศมนตรี พร้อมแจ้งตำรวจดำเนินคดีอาญากับ นายกฤษฎา แล้ว ส่วนอีก 2 คน มีคำสั่งย้ายทันที อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผล โดยติดตามหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือ และเส้นทางการใช้เครื่องจักร เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

นายอรรถพล ย้ำว่า หลังจากการชี้แจงในครั้งนี้แล้ว หากยังพบว่า มีการพาดพิงมาที่ตนอีก ก็จะให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยืนยันว่า คงไม่ยอมให้ตัวเอง ถูกกระทำอยู่ตามลำพัง พร้อมจะเร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาประโยชน์ ของประเทศชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน