คพ. ยก “ร่องบอนโมเดล” จ.เชียงราย เป็นชุมชนแบบอย่างปลอดเผา แก้ไขปัญหาไฟป่า ตั้งกฎป่าชุมชน สู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้ขายคาร์บอนเครดิต

เมี่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ชุมชนบ้านร่องบอน ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพื่อศึกษาดูงานการจัดการป่าชุมชนบ้านร่องบอน ‘ร่องบอนโมเดล’ ซึ่ง เป็นชุมชนแบบอย่างที่ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า


นายสุรินทร์ กล่าวว่า ชุมชนบ้านร่องบอน เริ่มจัดการป่าชุมชนตั้งแต่ปี 2535 ภายใต้การนำของผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ประชาชนให้ความร่วมมือ จนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเดิมบ้านร่องบอนในอดีตเป็นชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง การตัดไม้ ทำไร่ในป่า จนสภาพพื้นที่ชุมชนและบริเวณโดยรอบไม่มีต้นไม้ ขาดความชุ่มชื้นในพื้นที่ แต่มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชุมชน

โดยแรกเริ่มจากผู้นำชุมชนได้เล็งเห็น ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคืนผืนป่าของชุมชนให้มีความอุดมสมบูรณ์ ชุมชนและป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ จึงได้กำหนดแนวทาง กฎข้อบังคับ เช่น ใช้กฎระเบียบสังคม การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างแรงจูงใจ และให้ความสำคัญมาตรการห้ามเผา เพื่อนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์ โดยได้ขอคืนพื้นที่ป่าในเขตหมู่บ้าน ซึ่งเป็นป่าดอยป่าซางที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกทำลาย มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน โดยชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูผืนป่าแห่งนี้ให้กลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอากาศ และดูแลป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าลุกลามเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ป่าชุมชนบ้านร่องบอนไม่เกิดไฟป่ามาตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ปัญหาหมอกควันลดลงและคุณภาพอากาศในบรรยากาศดีขึ้น


อธิบดีคพ. กล่าวอีกว่า ปัจจุบันชุมชนบ้านร่องบอน ได้มีการจัดการป่าชุมชนบ้านร่องบอน ภายใต้ “ร่องบอนโมเดล” และเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จำนวน 422 ไร่ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 2,361 ตัน/ปี โดยต้องมีการจัดทำแผนดูแลรักษาป่า ห้ามให้เกิดไฟป่า และก่อตั้งกองทุนพัฒนาป่าและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อได้มาเห็นความตั้งใจของผู้นำชุมชน คุณแม่ปราณี ราชคมน์ และคณะกรรมการดูแลรักษาป่าชุมชนบ้านร่องบอน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็ต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง


ด้านนางปราณี ราชคมน์ ประธานบ้านชุมชนบ้านร่องบอน เผยว่า ที่ชุมชนแห่งนี้ มียุทธศาสตร์ร่องบอนโมเดล โดยการสร้างเครือข่ายชุมชนให้เข้มแข็ง การจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล รวมทั้งสร้างจิตวิญญาณและความยั่งยืน เช่น การบังสุกลดิบ ที่เป็นศรัทธาป้องกันการทำลายป่า มีการจัดโครงการคาร์บอนเครดิต แปลงทุนธรรมชาติเป็นทุนเศรษฐกิจ มีการตั้งกฎระเบียบป่าชุมชน เช่น ห้ามตัดต้นไม้ทุกชนิดที่อยู่ในเขตป่าชุมชนฝ่าฝืนปรับ 5,000-10,000 บาท ห้ามตัดไม้ไผ่ทุกชนิด ฝ่าฝืนปรับ 500-1,000 บาท ห้ามล่าสัตว์ทุกชนิด ฝ่าฝืนปรับ 5,000-10,000 บาท ห้ามจุดไฟเผาป่า ฝ่าฝืนปรับ 10,000 บาทและจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ห้ามขุดดินในป่าชุมชนฝ่าฝืนปรับ 5,000 -10,000 บาท และ ห้ามนำขยะไปทิ้งในเขตป่าชุมชนฝ่าฝืนปรับ 10,000 บาท


นางปราณี กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็มีข้ออนุโลมการใช้กฎระเบียบป่าชุมชน เช่น สามารถหาเห็ดทุกชนิดในบริเวณป่าชุมชนได้ทุกหมู่บ้าน หาหน่อไม้ไผ่ในบริเวณป่าชุมชน ได้ทุกหมู่บ้านแต่ห้ามนำไปขาย กรณีไม้แห้งที่ตายแล้ว จะเปิดให้ชาวบ้านนำออกมาทำฟืนได้ปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1-5 ม.ค. ของทุกปี กรณีที่มีงานในหมู่บ้านที่จำเป็นต้องใช้ฟืนสามารถนำฟืนออกมาใช้ได้แต่ต้องอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ และเมื่อมีผู้กระทำผิดกฎระเบียบป่าชุมชนถ้าจับได้ต้องเสียค่าปรับถ้าไม่ยอมเสียค่าปรับคณะกรรมการจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกฎระเบียบชุมชน ซึ่งยุทธศาสตร์บ้านร่องบอนและกฎระเบียบเหล่านี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน