พบสารหนูสะสม ในร่างกายคนริมน้ำกก นักวิชาการมฟล.เก็บตัวอย่างเล็บ-เส้นผมตรวจ ผู้เชี่ยวชาญเผยสถานการณ์เสี่ยงหากปล่อยไว้อาจเข้าขั้นเจ็บป่วย

วันที่ 24 ก.พ.2569 ที่โรงแรมลักษณวรรณ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีการประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชนกรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก จ.เชียงราย โดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) ซึ่ง ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ อาจารย์สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างเล็บในผู้ใหญ่และเส้นผมเด็กใน 4 พื้นที่ประกอบด้วย บ้านท่าตอน(อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่) ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านแซวและริมกก อ.เชียงแสน ไปตรวจสารหนูพบว่ามีสารหนูอยู่ในเล็บและผมของกลุ่มตัวอย่าง

จากข้อมูลในที่รายงานในที่ประชุมระบุว่า การสุ่มตรวจ 90 กลุ่มตัวอย่างปริมาณสารหนูสะสมในเล็บพบมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (0.5 มก./กก.) จำนวน 16 ราย หรือร้อยละ 17.78 โดยในกลุ่มนี้มีอาการแสดงทางคลีนิกที่สำคัญคือระบบประสาทและกล้ามเนื้อชาปลายมือปลายเท้าและอ่อนแรง 10 รายหรือ62.5% ,ระบบผิวหนังระคายเคือง 7 ราย(43.8%) และพบความผิดปกติของสีผิว/ตุ่มหนาคล้ายตาปลา 5 ราย(31.1%) , ระบบทางเดินหายใจเยื่อโพลงจมูกอักเสบและพนังกั้นโพลงจมูกทะลุ 3 ราย(18.8%) และระบบอื่นๆเช่น ปวดบวมเท้าทั้งสองข้าง(18.8%) และปัสสาวะออกน้อย (12.5%)

ด้าน ผศ.เสถียร ฉันทะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวว่า การตรวจพบสารหนูในเล็บและเส้นผมแสดงว่ามีการสะสมสารหนูในร่างกาย เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าร่างกายไม่สามารถขับสารหนูออกได้หมด

อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานว่ามีสารหนูสะสมในร่างกายเท่าไรถึงจะอันตรายซึ่งอาจต้องค้นคว้าจากองค์การอนามัยโลกหรือที่อื่นๆ เพื่อให้ประชาชนที่มีสารหนูในร่างกายได้จัดการสุขภาพตัวเอง และนำไปสู่การรักษาพยาบาล ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยขับเคลื่อนเชิงนโยบาย

“สิ่งที่สำคัญคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลพวกเขาอย่างไร รัฐบาลควรลงพื้นที่และตรวจเพิ่มเติม ตอนนี้ได้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพเพราะเราตรวจเจอหมดแล้ว รัฐควรตรวจยืนยัน

ที่สำคัญคือวางมาตรการรับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น กระทรวงสาธารณะสุขกับกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานแบบบูรณาการกัน ตรงนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะตรวจเจอแล้ว และก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคก็เคยตรวจพบสารหนูในปัสสาวะของชาวบ้านริมแม่น้ำกก”ดร.เสถียร กล่าว

ผศ.เสถียร กล่าวต่อว่า รัฐบาลควรเอาข้อมูลทั้งหมด เช่น ผลตรวจต่างๆมาบริหารจัดการและสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความรู้และเตรียมความพร้อมในการรับมือเพราะถึงอย่างไรประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ย้ายไปไหน ดังนั้นพวกเขาควรรู้ว่าจะต้องอยู่อย่างไรถึงปลอดภัย

นักวิชการมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวอีกว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาที่สารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ความตื่นตัวของประชาชนไปไกลกว่าหน่วยงานรัฐมาก เพราะหน่วยงานรัฐมีข้อจำกัดเรื่องของการแก้ไขปัญหา

ทั้งในระดับพื้นที่ซึ่งยังไม่เห็นรูปธรรม ทั้งด้านเกษตร การท่องเที่ยว การประมง เรายังไม่เห็นการจัดการปัญหา ขณะที่ระดับชาติ ก็ไม่เห็นชุดคณะทำงานในการนำเอาข้อมูลพื้นที่มาจัดทำมาตรการเชิงนโยบายและเชิงปฎิบัติ

“แม้แต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตนก็ยังไม่เคยเห็นพูดถึงการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนที่เชียงรายเลย ที่ผ่านมาพยายามเจรจากับพม่าในระดับทวิภาคี ซึ่งตอนนี้ตกลงกับพม่าว่าจะไปตรวจน้ำร่วมกัน แต่ยังไม่รู้จะใช้มาตรตฐานไหน เพราะมาตรฐานสารหนูของไทยและพม่าต่างกัน ส่วนการเจรจาในระดับพหุภาคียังไม่เห็นความคืบหน้าเช่นกัน ทั้งในเวทีของเอ็มอาร์ซีและแอลเอ็มซี ดังนั้นปัญหานี้จึงยังไม่นำไปสู่การจัดการที่ต้นทางได้”ผศ.เสถียร กล่าว

ขณะที่ น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพ กล่าวว่าผลการวิจัยของ อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ตรวจพบสารหนูในเล็บและเส้นผมของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะในเล็บที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน ชี้ให้เห็นว่าเริ่มมีการสะสมของสารหนูในร่างกาย

ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่รีบจัดการหาวิธีลดการรับสัมผัสมลพิษเหล่านี้ ก็อาจจะมีตรวจพบผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคพิษของสารหนูเพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้เส้นทางหลักที่สารหนูเข้าสู่ร่างกายมี 2 ทางคือ น้ำ และ อาหารโดยเฉพาะข้าวจากนาที่ใช้น้ำปนเปื้อน

ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพ กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันโรคจากสิ่งแวดล้อมจึงเสนอให้มีการประกาศ โรคพิษสารหนูเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ...โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พ.. 2562 เพื่อเอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชนจัดทำระบบเฝ้าระวัง กำหนดมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคที่มีความจำเพาะเจาะจงกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ รวมถึงให้มีระบบการรายงานเมื่อพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าเป็นโรคจากสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เข้าสู่บริการด้านสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

น.ส.สมพร กล่าอีกว่า ต้องมีการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการประปาหมู่บ้านให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบำบัดสารหนูและโลหะหนักในระบบประปาชุมชน รวมถึงการใช้เครื่องมือภาคสนามในการตรวจวัดคุณภาพน้ำดิบ น้ำผ่านระบบบำบัด และสามารถเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและแปลผลได้

เนื่องจาก พ.ร.บ.การสาธารณสุข ได้กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมดูแลประปาหมู่บ้าน โดยให้มีคณะกรรมการประปาหมู่บ้านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ ดูแลระบบการผลิตน้ำประปา ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

รัฐต้องเร่งสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้กับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง และชุมชน โดยเฉพาะ การเฝ้าระวังฯ ร่วมกัน ทักษะการสอบสวนโรคสิ่งแวดล้อม และการสื่อสารความเสี่ยงที่ต้องอาศัยทักษะของการพยาบาล/สาธารณสุขชุมชน

รวมทั้งปรับระบบให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเข้าถึงบริการด้านสิ่งแวดล้อมและบริการด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที เช่น การสนับสนุนเทคโนโลยีและเครื่องมือให้ชุมชนสามารถประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง การเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจคัดกรองทางสุขภาพ”นักวิจัยผู้นี้ กล่าว

ด้าน นายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้งหลวง กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่อธิบดีกรมควบคมมลพิษลงพื้นที่แม่น้ำกกและให้ข่าวในทำนองว่าสารพิษในแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

  1. ความย้อนแย้งของการตรวจสอบคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษมักสอนประชาชนว่าการตรวจหาสารโลหะหนักด้วยชุดตรวจ test kit ต้องทำควบคู่กับการตรวจในห้องแลป แต่ อธิบดีกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม นั่นคือใช้ผลตรวจจากชุด test kit และแถลงเลยว่าสารหนูต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งมันผิดหลักการตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษเอง
  2. ตรวจแค่แม่น้ำกกไม่กี่จุดและไม่ทราบจำนวนจุดที่ตรวจ อีกทั้งได้ตรวจแม่น้ำสาย รวก และโขงหรือไม่ก่อนการแถลงครั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าผลการตรวจน้ำกกครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569 จุดตรวจสะพานท่าตอนและสะพานแม่นาวาง มีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน
  3. คำแนะนำเล่นน้ำที่เพิ่มความเสี่ยงต่อตะกอนฟุ้งกระจายสืบเนื่องจากคพ.เห็นว่าน้ำปลอดภัยแล้ว ประชาชนสามารถพายเรือเล่นได้ เดินเล่นในน้ำได้ ปางช้างสามารถทำกิจกรรมได้ แต่ยังไม่แนะนำให้ลงว่ายน้ำเพราะน้ำอาจเข้าร่างกายโดยตรงได้คำถามใหญ่คือการให้ประชาชนลงไปสัมผัสน้ำโดยตรงคือการเพิ่มความเสี่ยงให้ตะกอนดินในแม่น้ำฟุ้งกระจายขึ้นมาใช่หรือไม่
  4. คำแนะนำอันสับสนในการรับประทานปลาคืองดการรับประทานหัวปลาหรือตับปลาเพื่อความปลอดภัย

 

“ท่านต้องประชุมปรึกษากับกรมประมงและกรมอนามัยด้วย เพราะว่าบางหน่วยงานมีข้อแนะนำให้เหลีกเลี่ยงจับและรับประทานปลาในแหล่งน้ำเสี่ยง อันหมายถึงแม่น้ำกกสายรวกโขง ผมไม่ทราบว่าเหตุผลของการออกมให้ข่าวครั้งนี้สอดคล้องกับที่จังวัดเชียงรายออกมาแถลงว่าแม่น้ำกกปลอดภัย และลงเล่นน้ำได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ในท้ายที่สุด

ผมจึงขอเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ จังหวัดเชียงราย ภาควิชาการ ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ประชุมปรึกษาหารือกันอย่างเป็นทางการและตัดสินใจร่วมกัน เพื่อที่จะได้ร่วมกันหาทางออกต่อไป”นายสืบสกุล กล่าว

ผลตรวจ

ผลตรวจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน