ยะลา กอ.รมน. ภาค 4 ประณาม เหตุยิงรถพ่วงไม้ยาง ธารโต ชี้สร้างสถานการณ์ความหวาดกลัวทำลายระบบเศรษฐกิจ เจตนาทำลายบรรยากาศ “รอมฎอนสันติสุข” เผยเป็นเหตุที่ 2 เดือนถือศีลอด

25 กุมภาพันธ์ 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ออกแถลงการณ์

ยืนยันรายละเอียดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา ในพื้นที่ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา พร้อมประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการมุ่งหวังทำลายบรรยากาศความสงบสุขในห้วงเดือนรอมฎอน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.55 น. โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่รถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา ขณะขับผ่านบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

แม้จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จะพบว่า ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่กระสุนปืนได้สร้างความเสียหายต่อตัวรถและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า เป็นพฤติกรรมที่อุกอาจและหวังผลกระทบในวงกว้าง

ทางด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้กล่าวแถลงการณ์ว่า การกระทำครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนาของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคธุรกิจและระบบการขนส่งซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจในพื้นที่

“การก่อเหตุในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรง แต่ยังส่งผลเสียต่อประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้เส้นทางสัญจร อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจที่ทุกภาคส่วนกำลังพยายามฟื้นฟูเพื่อให้เกิดความยั่งยืน การใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือสร้างเงื่อนไขเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในทุกกรณี” แถลงการณ์ระบุ

สำหรับเหตุการณ์ ที่อำเภอธารโตครั้งนี้ ถือเป็นเหตุความไม่สงบครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่เริ่มต้นห้วงเดือนรอมฎอน ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐที่พี่น้องชาวไทยมุสลิมปฏิบัติศาสนกิจด้วยความศรัทธา

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เน้นย้ำว่า การก่อเหตุในห้วงเวลานี้ถือเป็นการไม่เคารพต่อหลักศาสนาและความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ที่มุ่งหวังเห็นความสงบเรียบร้อย โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ เพื่อขัดขวางโครงการ “รอมฎอนสันติสุข” ที่ทางภาครัฐ และภาคประชาชนร่วมกันผลักดัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เข้าควบคุมพื้นที่ และรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเส้นทางคมนาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน