สมุทรสงคราม อุทาหรณ์หน้าร้อน หนุ่มเมียนมา วัย19ปี นอนรับลมบนซาเล้ง ลากปลั๊กเสียบพัดลม ไฟรั่วดูด เสียชีวิตสลด คารถจยย.พ่วงข้าง น้องสาวร้องไห้โฮเฝ้าศพพี่ชายไม่ห่าง
25 ก.พ. 2569 – ร.ต.อ. รังสรรค์ ดีรอด รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเหตุสลด มีผู้เสียชีวิตถูกไฟฟ้าดูดบริเวณห้องเช่าเลขที่ 153/4 ม.9 ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย นพ.ณัฐวัฒน์ ชัยวัฒนรัตน์ แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) จอดอยู่ บนรถพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายจอตูมู อายุ 19 ปี แรงงานชาวเมียนมา เพื่อนได้ช่วยลงมานอนอยู่ข้างกระบะพ่วง พบบาดแผล รอยไหม้ที่บริเวณเท้าข้างซ้าย ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ร่างกาย
ข้างตัวพบพัดลมตั้งพื้นตั้งอยู่ โดยมีการลากสายไฟจากปลั๊กพ่วงภายในห้องเช่าออกมาใช้งานด้านนอก ท่ามกลางบรรยากาศสุดสลด โดยมี น.ส.เนตีมู อายุ 19 ปี น้องสาวของผู้ตาย นั่งร้องไห้เสียใจอยู่ข้างศพพี่ชายไม่ห่าง

นายกิตติภูมิ บุญศรีอนันต์ อายุ 29 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอน จู่ๆ มีคนมาเคาะประตูเรียก ตนออกมาดู พบว่า ผู้เสียชีวิต นอนบนซาเล้ง มีพัดลม วางบนซาเล้ง และสายไฟระโยงระยาง
จากการสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ผู้ตาย จึงออกมานอนพักผ่อนบนรถซาเล้ง เพื่อให้ลมโกรก และได้ลากปลั๊กไฟออกมาเสียบพัดลมเพื่อคลายร้อน แต่เนื่องจากรถซาเล้งเป็นโลหะ ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าอย่างดี เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วจากสายไฟ หรือตัวพัดลมที่วางอยู่บนรถ ทำให้ไฟวิ่งเข้าสู่ร่างกายจนเสียชีวิตทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจอย่างยิ่ง สำหรับทุกคน ในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ากลางแจ้ง หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงบนโลหะ ไม่ควรวางพัดลมหรือสายไฟไว้บนโครงเหล็ก รถซาเล้ง หรือพื้นที่เปียกชื้น
เพราะหากมีไฟรั่วเพียงเล็กน้อย โครงโลหะจะกลายเป็นตัวนำไฟฟ้าส่งตรงถึงตัวคุณทันที หมั่นตรวจเช็กสภาพสายไฟ สายปลั๊กพ่วงที่ใช้มานานอาจมีรอยฉีกขาด หรือกรอบจากความร้อน ควรเปลี่ยนใหม่ทันที หากพบความผิดปกติ ติดตั้งเครื่องตัดไฟ การมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ในบ้าน จะช่วยตัดกระแสไฟได้ทันท่วงทีเมื่อมีไฟรั่ว ช่วยรักษาชีวิตได้ในเสี้ยววินาที