วันที่ 27 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฝน และลมกระโชกอย่างรุนแรง ตลอดแนวชายแดนอ.แม่สอด จ.ตาก โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยแรงพายุฝนที่พัดอย่างรุนแรงนั้น ได้พัดหลังคาบ้านเรือนของประชาชนพังเสียหายหลายหลัง และแรงพายุยังได้พัดต้นไม้ล้มหลายต้น พร้อมพัดเสาไฟฟ้าริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน บ้านแม่กาษา หักโค่นทันทีจำนวน 7 ต้น ล้มปิดขวางถนนทำให้การจราจรไม่สามารถใช้การได้ชั่วคราว และส่งผลทำให้เกิดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งตำบล
โดยหลังเกิดเหตุ นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอดที่ 3 ระดมกำลังพลพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สอด เร่งเข้าทำการกู้เสาไฟฟ้าที่หักโค่นเสียหายนำออกให้พ้นจากการกีดขวางบนถนน ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือเกือบตลอดทั้งคืนนี้ เพื่อทำการเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าต้นใหม่ พร้อมเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเดือดร้อน
ด้านนาง ไร สุริยะ อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่บ้านพังเสียหายจากลมพายุเล่าว่า ขณะที่ตนนั่งทำงานอยู่ภายในบ้าน จู่ๆ ก็เกิดลมพายุหมุนพัดอย่างรุนแรง จนบ้านสั่นไหว และหลังคาบ้านปลิวหลุดตามแรงลมไปครึ่งหลัง จากนั้นเสาไฟฟ้าก็ล้มลงบนถนนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตนจึงต้องรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกจากบ้านหนีไปหลบอยู่ใต้ถุนบ้านนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เหตุการณ์จึงสงบ
ขณะเดียวกันพายุฝนที่ตกอย่างหนัก ยังส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายจุดทั้งบนถนนสายแม่สอด-ตาก มีรถบรรทุกสินค้าพลิกคว่ำคนขับรถบาดเจ็บสาหัส การจราจรติดขัดหนักยาวหลายกิโลเมตร ขณะที่ถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง ช่วงเนินเขาอันตราย บ้านม่อนหินเหล็กไฟ เขตอำเภอแม่สอด ฝนที่ตกหนักก็ทำให้ถนนลื่น จนส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนประสานงากันอย่างแรงจำนวนสองคัน กลางเนินเขาที่เป็นทางลาดชั้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดสาหัสสองราย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สอด และทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตำรวจทางหลวงแม่สอด พร้อมฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยกันเร่งระบายรถเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน จนสถานการณ์คลี่คลาย
