ตราด เกาะช้าง ยังเที่ยวได้สบาย เรือเฟอร์รี่ ยืนยันไม่ขึ้น ค่าโดยสาร-ค่ารถยนต์ข้ามเกาะ อนาคตหากน้ำมันปรับสูงขึ้น ยอม แบกรับภาระค่าโดยสารคงเดิมได้ 2 เดือน เกินกว่านั้น ขาดทุนแน่ ต้องเสนอ รัฐบาล หามาตรช่วย ผู้ประกอบการ ส่วนเครื่องบินยังไม่มีนโยบายเรื่องขยับราคาค่าโดยสาร
13 มี.ค. 69 – จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มขึ้นราคา หลังเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยืดเยื้อ และในอนาคต รัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาได้
นายภานุพงศ์ เมตตา ผู้จัดการท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะช้าง อ.แหลมงอบ จ.ตราด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงและไม่ยุติง่าย ทำให้ บริษัท ต้องใช้น้ำมันดีเซล ในเรือเฟอร์รี่ 3-5 ลำ เพื่อเดินทางไป-กลับ จากฝั่ง อ.แหลมงอบ-เกาะช้าง

ซึ่งจะมีการเดินทางทุกชั่วโมง รวมแล้วเกือบ 20 เที่ยว ต้องใช้น้ำมันวันละ 4,000 -5,000 ลิตร เราสต๊อกน้ำมัน ที่ซื้อจากโรงกลั่นไว้ 60,000 ลิตร ซึ่งสามารถรับสถานการณ์ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หากเกินจากนี้ อาจจะไม่สามารถรับภาระนี้ได้ ซึ่งจะต้องขึ้นราคา แต่การขึ้นราคา จะต้องได้รับการอนุญาตจาก สำนักงานเจ้าท่าตราดก่อน
โดยราคาค่าโดยสาร สำหรับผู้โดยสาร คิด 80 บาท/เที่ยว/คน ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคล คิด 120 บาท/คัน/เที่ยว หากเป็นรถบรรทุก คิดราคา 400 บาท/เที่ยว/คัน (ราคาสมาชิก)
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ต้องมีเที่ยววิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งในวันปกติจะมีผู้โดยสารประมาณ 4,000 คน รถยนต์ประมาณ 1,000-1,500 คัน แต่หากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือหยุดยาว หรือช่วงสงกรานต์ จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันที่สต๊อกไว้ที่เหลือเพียงไม่กี่วัน
“ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ บริษัทสามารถแบกรับภาระราคาน้ำมันที่อาจจะสูงขึ้นในอนาคต และจะสามารถรับภาระค่าโดยสารไว้คงเดิมไว้ได้ 2 เดือน หากเกินกว่านี้อาจจะขาดทุน และต้องเสนอทางเจ้าท่าตราด เพื่อขอขึ้นราคาค่าโดยสาร เนื่องจากไม่สามารถแบกภาระได้
แต่เชื่อว่า เจ้าท่าตราด คงไม่ยอมให้ขึ้นราคาแน่นอน จึงอยากเสนอผ่านไปยัง รัฐบาล ควรจะมีมาตรการ ที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการเรือโดยสาร อย่างเป็นรูปธรรมด้วย เพราะไม่เช่นนั้น จะส่งผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการ และผู้โดยสารได้” นายภานุพงศ์ กล่าว

Screenshot
ขณะที่ นายภารดร ชาญศึก ผู้จัดการสนามบินตราด บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบขณะนี้ ยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศแน่นอน แต่ทางบริษัทฯยังไม่มีนโยบายในเรื่องราคาค่าโดยสารแต่ประการใด เพราะขึ้นอยู่กับผู้บริหารในส่วนกลาง
แต่ในระดับภูมิภาค โดยที่สนามบินตราดนั้น เรามีมาตรการในเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้งการใช้รถยนต์ การลดการเดินทาง และการใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายในสนามบิน
ซึ่งปัจจุบัน สนามบินตราดมี 3 เที่ยวบินที่เดินทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ และ 3 เที่ยวจากสนามบินตราด และในปลายปี 2569 จะใช้เครื่องบินไอพ่นแทนเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง โดยในปี 2568 ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกสนามบินตราด อยู่ที่ประมาณ 80,000–90,000 คน