อุดรธานี หนุ่มคลุ้มคลั่ง จับแม่-ยาย เป็นตัวประกันนาน 7 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่บุกช่วยวุ่น ถูกควบคุมตัวยังดิ้นสู้ไม่เลิก คาดเครียด กำลังจะไปทำงาน อิสราเอล แต่ติด สงคราม เบื้องต้นไม่พบสารเสพติด

16 มี.ค. 69 – ตร.สภ.เมืองอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รุดเข้าไปช่วยเหลือ ยายและแม่ ที่ถูกนายวุฒิชัย วรชินา หรือ “โจ” อายุ 36 ปี จับเป็นตัวประกันที่บ้านหลังหนึ่ง ที่บ้านเหล่านาดี ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ตั้งแต่ตี 5 ถึง เที่ยง นายกว่า 7 ชม.

เมื่อไปถึง นายโจ ซึ่งมีอาการคลั่งไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา ได้จับตัว นางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยายและนางวิไลลักษณ์ อายุ 59 ปี คนเป็นแม่ ไว้ในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมอยู่นานจึงยอมปล่อยแม่และยายออกมา

แต่นายโจหัวหมอ ช่วงที่เจ้าหน้าที่ฯ จะเข้าควบคุมตัว ตะโกนลั่นบอกเจ้าหน้าที่ฯ ใครเข้ามาต้องโชว์บัตรไม่งั้นจะไม่ไปด้วย แถมขู่ใครแตะต้องตัว ถือว่ามีความผิด สักพักเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมแต่นายโจยังไม่ยอมไป

เจ้าหน้าที่ฯ จึงบุกรวบตัวอุ้มขึ้นรถ เพื่อพาไปตรวจร่างกาย ขณะที่กำลังจะพาไปขึ้นรถ นายโจก็พยายามขัดขืนดิ้นสุดฤทธิ์ จนรถสะเทือน จังหวะนั้นเองจู่ๆ ก็มีชาวบ้านกรูเข้ามาทำร้ายใช้เท้าถีบนายโจไป 1 ครั้ง จนเจ้าหน้าที่ฯ ต้องห้ามชุลมุน ก่อนรีบคุมตัวออกจากบ้านหลังเกิดเหตุทันที

นางบุญเวิน อายุ 80 ปี ผู้เป็นยายของนายโจ เล่าด้วยความตกใจว่า หลานชายคนนี้เคยเป็นคนขยันทำมาหากินมาก แต่ก่อนทำงานอยู่ต่างประเทศที่ประเทศไต้หวัน กลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 2 ปี และเดินเรื่องจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล

วันนี้ไม่รู้หลานชายเป็นอะไร จู่ๆ ก็มีคลุ้มคลั่งจับยายกับแม่ของเขาไว้ ไม่ให้ขยับไปไหน และพูดจาเหมือนคนเพ้อเจ้อว่า “จะมีคนมาทำร้ายและฆ่าแม่และยาย เขาจะมาจับยายกับแม่ด้วย ระวังไว้ หมอบลง หมอบลง”

 

ยายถูกหลานชายจับเป็นตัวประกันไว้นานมาก ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยง ตอนที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วย ก็ช่วยกันพยายามเกลี้ยกล่อมให้ปล่อยยายและแม่เขาเอง แต่หลานก็ไม่ยอมปล่อย ตนกลัวมาก กลัวว่า หลานจะฆ่าเหมือนในข่าว ขอบคุณที่ เจ้าหน้าที่ฯ มาช่วยไว้ทัน

ด้านเพื่อนบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ตอนเกิดเหตุ ตนกำลังจะมาซื้อของที่ร้าน เห็นนายโจตะโกนว่า “อย่ามาใกล้บ้านกู” ตอนนั้นคิดในใจว่าเอาแล้ว นายโจคลั่งจะหาใครมาช่วยดี เพราะตอนนั้น นายโจมีอาการคลุ้มคลั่งตั้งแต่ตี 5 ลากยาวจนถึงเที่ยง

 

ทั้งนี้ทราบว่า นายโจเคยไปทำงานที่ ไต้หวัน และกำลังเดินเรื่องจะไป อิสราเอลต่อ แต่เกิดสงครามเสียก่อนจึงชะลอไว้ก่อน เขาเป็นคนขยันทำงานปัจจุบันมาวิ่งไรเดอร์ส่งอาหาร รอไปทำงานอิสราเอล ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้น ตนไม่ทราบว่า นายโจไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่จริงๆ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของนายโจ ที่อำเภอไม่พบสารเสพติด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำตัว นายโจไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อหาสาเหตุของอาการคลุ้มคลั่งในครั้งนี้ต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน