กรุงเทพมหานครฯ ผู้ว่าฯชัชชาติ ชวนคนกรุง ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดโลกร้อน ช่วยชาติประหยัดพลังงาน 2 ทุ่มครึ่ง ถึง 3 ทุ่มครึ่ง 28 มี.ค. นี้
27 มี.ค. 69 – ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า กทม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์กิจกรรม 60+ Earth Hour 2026 : ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน
โดยขอความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน ลดการใช้พลังงานและปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ตึกสูง ป้ายโฆษณา ไฟบ้านเรือน และการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ไม่ใช้งานลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ในอาคารบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
พร้อมทั้ง ร่วมแชร์การมีส่วนร่วมกิจกรรมในโซเชียลมีเดีย ด้วยการติดแฮชแท็ก คำว่า #20ปีEarthHour หรือ #BiggestHourForEarth หรือ #EarthHour2026
นอกจากนี้ กทม.ขอความร่วมมือสถานที่ ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ประกอบด้วย 3 สถานที่หลัก ได้แก่ 1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ 2. เสาชิงช้า และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร และ 3. ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบฯ
รวมถึงสำนักงานเขต 50 เขต ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการเจ้าของอาคาร/สถานที่ในพื้นที่เขต พร้อมใจกันร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์บริเวณอาคาร บ้านเรือนในถนนด้วย
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมแสดงพลังในกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” ในวันที่ 28 มี.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มครึ่งถึง 3 ทุ่มครึ่ง (20.30 – 21.30 น.) พร้อมกับ 7,000 เมือง 190 เมืองทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟภายในบ้านแล้ว ยังช่วยชาติประหยัดพลังงาน ประหยัดงบประมาณ และช่วยรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2551 กทม. ร่วมกับองค์การ WWF ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย รณรงค์กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60 Earth Hour) ด้วยการปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 20.30 – 21.30 น. รวมระยะเวลา 18 ปี ลดการใช้พลังงานได้ 22,617 เมกกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์ไดออกไซด์ลงได้ 12,330 ตัน
โดยเมื่อปี 2568 จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ก่อนหน้า วันจัดกิจกรรมในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยการคำนวณของการไฟฟ้านครหลวง)
สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 58.6 ตัน หรือเทียบกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน จากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ จำนวน 485 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 351,600 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 263,700 ครัวเรือน