รัฐบาล ห่วงใย ประชาชน ระวัง วัณโรค เตือน “เด็กเล็ก” เสี่ยงติดเชื้อ พบผู้ป่วย ดื้อยาหลายขนานรุนแรงมาก 5 ราย แนะมีอาการต้องสงสัย รีบพบแพทย์รักษา ด่วน ภายใน 1 เดือน
27 มี.ค. 69 – น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล ห่วงใยสุขภาพประชาชน ขอเตือนให้ดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค หากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ด่วน
จากรายงานของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าวัณโรค ยังเป็นโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของโลก โดยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 10.7 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรค 1.23 ล้านราย
สำหรับประเทศไทยปี พ.ศ. 2568 องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 104,000 ราย ผู้เสียชีวิตจากวัณโรคมากว่า 11,300 ราย
ซึ่งผลการค้นหาผู้ป่วยวัณโรค พบว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยและขึ้นทะเบียน จำนวน 81,703 ราย (ร้อยละ 78) และคาดว่า ยังมีผู้ป่วยวัณโรคกลุ่มเสี่ยง ที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองเพื่อนำเข้าสู่การวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนอีก 22,297 ราย
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า วัณโรคเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพร่กระจายเชื้อผ่านทางอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม ไม่ปิดปากปิดจมูก สำหรับสถานการณ์โรควัณโรคในประเทศไทย มีทั้งชนิดที่ไม่ดื้อยา และชนิดที่ดื้อยา
โดยแบ่งเป็นดื้อยาหลายขนาน ชนิดรุนแรง (Pre-XDR-TB) และดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB) ซึ่งเวลาป่วยเป็นวัณโรคดื้อยารุนแรงแล้วการรักษาจะยากมากขึ้น ใช้เวลารักษานานขึ้น ผลข้างเคียงจากยาอาจจะเยอะกว่า
ทั้งนี้ จากข้อมูลปี 2569 พบผู้ป่วยดื้อยาหลายขนานรุนแรง 21 ราย และพบผู้ป่วยดื้อยาหลายขนานรุนแรงมาก จำนวน 5 ราย เตือนเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี เสี่ยงติดเชื้อ หากคนในครอบครัวป่วย ให้รีบรักษาภายใน 1 เดือน
“รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินงานด้านวัณโรค โดยเฉพาะการพัฒนาสิทธิประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลรักษาวัณโรคได้ดีขึ้น
การปรับสูตรยารักษาและป้องกันวัณโรคให้สั้นลงตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก การนำเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยมาใช้ในการคัดกรอง วินิจฉัย การป้องกัน และการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ไม่รังเกียจผู้ป่วย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายเมืองไทยปลอดวัณโรคอย่างแท้จริง อย่าตีตราผู้ป่วย แม้ติดง่าย แต่รักษาหายขาดได้”