ประณามคนร้ายลอบวางระเบิดรถตำรวจ มุ่งทำร้าย จนท. ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยประชาชน เด็กบาดเจ็บ 2 ราย ส่วนตำรวจเจ็บ 5 นาย

จากกรณี คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 31 มีนาคม 2569 นั้น ขณะนี้มีรายละเอียดความคืบหน้าเพิ่มเติม ดังนี้
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บรวมจำนวน 5 นาย ได้แก่ ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ จันทร์ฉาย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บแผลฉีกขาดบริเวณหน้าผาก และมีอาการแน่นหน้าอก จ.ส.ต.นพพร ทิตพุฒ ผบ.หมู่ (ป้องกันและปราบปราม) ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขา และมีอาการแน่นหน้าอก

จ.ส.ต.ซันซูรี ยะโก๊ะ ผบ.หมู่ (ป้องกันและปราบปราม) ได้รับบาดเจ็บขาหัก และมีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.ต.ศุภกร สุวรรณอำภา ผบ.หมู่ (ป้องกันและปราบปราม) ได้รับบาดเจ็บแผลฉีกขาดบริเวณคิ้ว และมีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.ต.อรรจธร แสงจันทร์ ผบ.หมู่ (ป้องกันและปราบปราม) ได้รับบาดเจ็บแผลฉีกขาดบริเวณหน้าผาก และมีอาการแน่นหน้าอก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นาย อยู่ระหว่างการรักษาและพักฟื้น

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 2 ราย ได้แก่ ด.ช.อิบรอเฮม ปะแตบือแน อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บถลอกบริเวณเท้าขวา และมีอาการปวดไหล่ โดยผลการเอกซเรย์ไม่พบกระดูกหัก และด.ช.กูฟาซีรู อาบูดี อายุ 13 ปี มีอาการหูอื้อ ทั้งสองรายถูกนำส่ง รพ.ระแงะ โดยแพทย์ได้ตรวจอาการและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้แจ้งความเข้าชี้จุดในพื้นที่ กรณีคดีลักทรัพย์เงินสดจำนวน 180,000 บาท โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่รวม 9 นาย พร้อมรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ จำนวน 2 คัน และภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ระหว่างเดินทางกลับ ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดดังกล่าว

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการปิดกั้นพื้นที่ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเส้นทางหลักและเส้นทางรอง รวมทั้งใช้โดรนและอากาศยานเข้าตรวจการณ์และกดดันพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบวัตถุพยานเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย โดยได้เชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ราย มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีผู้นำชุมชนร่วมสังเกตการณ์ตามขั้นตอน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ โดยเลือกก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในคดีความ และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ส่งผลให้มีเด็กได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนพฤติกรรมที่มุ่งก่อเหตุโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด และเร่งดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ ขอแจ้งเตือนว่า ผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน