ผบช.ภ.5 เตือนสงกรานต์ แต่งโป๊เปลือย แตะตัวไม่ยินยอม ส่อถูกดำเนินคดีข้อหา “อนาจาร” ไม่เว้นทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ผู้บัญชาการ เตือน การแต่งกายช่วงสงกรานต์ ทั้งไทยและต่างประเทศให้เหมาะสม หากพบแต่งกายไม่เหมาะสมโป๊เปลือย จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าตักเตือนทันที เรื่องดื่มแอลกอฮอล ไม่ห้ามดื่ม แต่ห้ามขาย เรื่องปะแป้ง,ลูบหน้าแบบนิ่มนวลไม่เข้าข่ายผิดกฏหมาย แต่หากเรื่องกระทำอนาจาร เกินขอบเขต ถูกเนื้อต้องตัว ถูกหน้าอก ผู้เสียหายไม่ยินยอมถูกดำเนินคดีทันที ข้อหา “อนาจาร”

เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 9 เม.ย. 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก ภ จ เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงตร.ภาค 5 กวาดล้างใหญ่ก่อนสงกรานต์ ทลายเครือข่ายบัญชีม้า-ยึดอาวุธปืนเพียบ

พร้อมเตือนระวังโทษหนัก “เปิดบัญชีม้า” คุก 3 ปี ปรับ 3 แสน รวมทั้งเรื่องการแต่งกายโป๊เปลือยในที่สาธารณะ จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าตักเตือนทันที, การกระทำอนาจารเกินขอบเขต จะต้องถูกดำเนินคดี ในช่วงสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

​พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากการเปิดปฏิบัติการเชิงรุกระดมกวาดล้างอาชญากรรมเข้มข้นในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. ถึง 5 เม.ย. 2569 โดยมุ่งเน้นการปราบปรามอาวุธปืน เครื่องกระสุน และการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

​ผลการปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญ ในส่วนของการกวาดล้างอาวุธปืน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนกราวด์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 784 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืนรวม 675 กระบอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปืนไม่มีทะเบียนกว่า 643 กระบอก รวมถึงวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนอีกกว่า 3,655 นัด ส่งผลให้ตำรวจภูธรภาค 5 มีผลคะแนนการปฏิบัติงานด้านนี้สูงเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ

นอกจากนี้ ในด้านการติดตามบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่สามารถปิดคดีจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 1,216 หมายจับ แบ่งเป็นหมายจับทั่วไป หมายจับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหมายจับคดียาเสพติด ซึ่งในจำนวนนี้มีคดีอุกฉกรรจ์รวมอยู่ด้วยถึง 62 หมายจับ

ไฮไลต์สำคัญคือการขยายผลทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์กลางเมืองเชียงใหม่ โดยเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ศปอส.ภ.5 บุกรวบตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือ น.ส.สุภัสรา และ นายศรราม ขณะกำลังถอนเงินสดจำนวน 445,500 บาท จากเคานต์เตอร์ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาตลาดมีโชคพลาซ่า ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อในคดีฉ้อโกงออนไลน์

โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานทหารหลอกให้สำรองเงินซื้อแผงกั้นแบริเออร์ ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่ารับจ้างเปิดบัญชีม้าและตระเวนถอนเงินสดตามคำสั่งเพื่อแลกกับค่าจ้าง เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดของกลางเป็นเงินสดทั้งหมดเพื่อเร่งส่งคืนให้แก่ผู้เสียหายและดำเนินคดีในข้อหาอั้งยี่ต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ออกประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ชักชวนให้ไปเปิดบัญชี หรือขอใช้บัญชีเพื่อรับโอนเงินโดยเด็ดขาด ให้สันนิษฐานไว้เสมอว่าเป็นการรับโอนเงินจากการกระทำความผิด ซึ่งจะถูกดำเนินคดีในภายหลัง

โดยการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

​นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวเพื่อให้มีการซื้อขาย เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝากและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จะมีโทษหนักยิ่งขึ้น โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาทถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.ก. ฉบับเดียวกัน

จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังและอย่าเห็นแก่ค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยที่อาจนำไปสู่โทษทัณฑ์มหาศาลและความเดือดร้อนต่อสังคมในวงกว้าง

พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวต่อว่า ฝากเตือนอีกเรื่องคือเรื่องการแต่งกายโป๊เปลือยในที่สาธารณะ ในช่วงสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ภาคเหนือเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม เรื่องกายแต่งกายพวกโป๊เปลือยของชาวต่างชาติและมีคนไทยเป็นบางส่วน ก็ขอให้แต่งกายให้มิดชิด เพราะเมืองเราเป็นเมืองวัฒนธรรม

พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวอีกว่า หากพบเจอเจ้าหน้าที่จะเข้าตักเตือนก่อน เรื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มได้อยู่แล้ว แต่ขายไม่ได้ เรื่องประแป้ง ลูบหน้าแบบนิ่มนวล ยังไม่เข้าข่าย แต่หากไปถูกเนื้อต้องตัวถูกหน้าอก โดยที่เขาไม่ยินยอม ต้องถูกดำเนินคดี ข้อหา “อนาจาร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน