จนมุมแล้ว ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง ขวัญใจสาวคาราโอเกะ มืองัดตู้เซฟบ้านหรู กวาดทรัพย์สินแบรนด์เนม-ทองคำ-นาฬิกาหรู สูญกว่า 3.5 ล้าน นำเงินเปย์สาว พบเพิ่งคุกออกมาก

สืบนครบาล 3 ร่วมสืบ สน.ฉลองกรุง จับ “ป๋าต้น” และ “เสี่ยกุ้ง”ลูกค้าเก่าเรือนจำ มืองัดตู้เซฟขนาดความสูง 1 เมตร ภายใน 10 นาที ได้ทรัพย์สินมูลค่า 3.5 ล้าน ออกเปย์สาวคาราโอเกะ

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 12 เม.ย.2569 พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 และ พ.ต.ต.นพพนธ์ แก้ววรรณา สว.สส.สน.ฉลองกรุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 และ สน.ฉลองกรุง เข้าทำการจับกุมตัว นายเกียรติชัย หรือ เสี่ยกุ้ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี

พร้อมของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ นาฬิกา ยี่ห้อโรเล็กซ์ รุ่น GMT2 หน้าปัดสีดำ 1 เรือน, พระบูชาหลวงพ่อโสธร, เหรียญหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 เหรียญ, ต่างหูทองคำ 1 คู่, ธนบัตรที่ระลึก และ เหล้า ยี่ห้อ Swing 1 ขวด ได้ที่บริเวณห้องเช่า เขตบางแค กรุงเทพฯ

ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง

จนมุมแล้ว ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง ขวัญใจสาวคาราโอเกะ มืองัดตู้เซฟบ้านหรู กวาดทรัพย์สินแบรนด์เนม-ทองคำ-นาฬิกาหรู สูญกว่า 3.5 ล้าน นำเงินเปย์สาว พบเพิ่งคุกออกมาก

และ นายฉัตรชัย หรือ ป๋าต้น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี บริเวณห้องไม่มีเลขที่ เขตบางแค กรุงเทพฯ พบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ นาฬิกา ยี่ห้อโรเล็กซ์ รุ่น Datejust สีทูโทน แบบสแตนเลส 1 เรือน, เครื่องลายครามโบราณ 6 ชุด และกล้องถ่ายรูป 1 ตัว

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 19.45 น. สน.ฉลองกรุง ได้รับแจ้งจาก นางฉันทพร (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านหลังหนึ่ง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ว่ามีคนร้ายเข้าไปทำการลักทรัพย์ภายในบ้าน ได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก

ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง

พนักงานสอบสวนจึงทำการตรวจที่เกิดเหตุ พบภายในบ้านพักบริเวณชั้นล่างมีร่องรอยการรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย และที่บริเวณชั้น 2 ก็พบว่าประตูห้องนอนและประตูห้องพระถูกงัดลูกบิดออก

เมื่อสำรวจดูทรัพย์สินพบว่า ตู้เซฟถูกลากออกมาบริเวณกลางห้องแล้วถูกงัด ภายในเก็บทรัพย์สินประเภทนาฬิกา, ทองรูปพรรณ, ทองคำแท่ง, เงินสด และธนบัตรเก่าที่สะสมไว้ ถูกคนร้ายลักไป

ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง

ส่วนภายในห้องพระพบว่า พระพุทธรูปและพระเครื่องได้สูญหายไปจำนวนมาก บริเวณรอบ ๆ บ้านพบร่องรอยการงัดแงะที่บริเวณหน้าต่างห้องนั่งเล่น, ประตูระเบียง ชั้นล่างมีร่องรอยการถูกงัดและเปิดทิ้งไว้ เชื่อว่าเป็นช่องทางของคนร้าย น่าจะเข้าทางหน้าต่าง และหนีออกทางประตูระเบียงชั้นล่าง

ซึ่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายและสามีพากันเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัดไปเช็งเม้ง ไม่มีใครอยู่ในบ้านพัก กลับมาถึงเมื่อวันที่ 4 เม.ย. เมื่อเข้าไปภายในบ้านพักพบว่าบริเวณชั้นล่างมีร่องรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย จึงรีบขึ้นไปดูบริเวณชั้น 2 พบประตูห้องนอนและประตูห้องพระถูกงัดลูกบิดออก

เมื่อสำรวจดูทรัพย์สินพบว่า ตู้เซฟลีโก้ ขนาด 190 กก. สูงประมาณ 1 เมตร ถูกคนร้ายลากมาไว้กลางห้องแล้วงัดออก โดยภายในเก็บทรัพย์สินประเภทนาฬิกา, ทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง เอาไว้ได้ถูกคนร้ายลักไป

ประกอบด้วย นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์ 2 เรือน รุ่น GMT2 หน้าปัดสีดำ 1 เรือน และรุ่น Datejust สีทูโทน แบบสแตนเลส จำนวน 1 เรือน, ทองคำแท่งหนัก รวมกันประมาณ 15 บาท, สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองไม่ทราบน้ำหนัก รวม 9 องค์,

ทองรูปพรรณจำพวก สร้อยคอ, กำไลข้อมือ รวมประมาณ 20 บาท, เงินสกุลยูโร 10,000 ยูโร, กระเป๋าหลุยส์ วิตตอง 3 ใบ และเมื่อเข้าไปดูในห้องพระพบว่าพระพุทธรูป หลวงพ่อพระพุทธชินราช, หลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อแหลม รวมประมาณ 9 องค์, บริเวณห้องรับแขกมีสุราต่างประเทศ ประมาณ 20 ขวด และเครื่องลายครามโบราณหายไป มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 3.5 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่า การก่อเหตุของคนร้ายที่ทำการงัดตู้เซฟสูงประมาณ 1 เมตร แล้วได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก เป็นการก่อเหตุที่อุกฉกรรจ์ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 และ สน.ฉลองกรุง เร่งรัดจับคนร้ายให้ได้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุต้องเคยมีประวัติอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวมาก่อนแน่นอน

ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชายชาวสุรินทร์ ซึ่งมีอาชีพขายพระเครื่องอยู่ย่านคลองหลอด เคยมีประวัติอาชญากรรมในเรื่องงัดตู้เซฟมาก่อน ประเภทเป็นลูกค้าเก่าเรือนจำหลายที่ ครั้งสุดท้ายถูกสืบสวนนครบาล 5 จับกุมในคดีงัดตู้เซฟเมื่อปี 2564 เพิ่งพ้นโทษมา 3-4 เดือน

มาเช่าห้องพักอยู่ย่านปิ่นเกล้า มีเงินซื้อรถยนต์ มีเงินซื้อทองในยุคราคาแพง มีเงินไปเที่ยวร้านคาราโอเกะทุกคืน และเปย์หนัก จนสาว ๆ คาราโอเกะเรียกป๋าต้นและเสี่ยกุ้ง

จึงได้ไปทำการตรวจสอบพบว่า คนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ที่บ้านดังกล่าว ในวันที่ 26-27 มี.ค.2569 รวม 2 วัน ป๋าต้น และ เสี่ยกุ้ง มีตำหนิรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง จริง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมตัว

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ฝ่ายสืบสวน สน.ฉลองกรุง จับกุมตัว นายเกียรติชัย ได้ที่บริเวณห้องเช่าพบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์ดังกล่าว และเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 สามารถจับกุมตัว นายฉัตรชัย ได้ที่บริเวณห้องไม่มีเลขที่ พบของกลางจำนวนมาก

จึงนำตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ.พิชิตชัย นาพัฒนกิจ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเคหะสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร”

จากการสอบสวน ป๋าต้น และ เสี่ยกุ้ง ให้การว่า เข้าไปทำการลักทรัพย์ในบ้านดังกล่าวจริง โดยเพิ่งพ้นโทษคดีงัดตู้เซฟมา 3-4 เดือน แล้วมาประกอบอาชีพตั้งแผงขายพระอยู่ที่ย่านคลองหลอด ใกล้สนามหลวง แต่รายได้ไม่ดี จึงชวนกันออกตระเวนงัดบ้านตามแนววิถีเดิม

จากนั้นจะขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านที่ไม่มี รปภ. เมื่อพบบ้านลักษณะมีทรัพย์สินและไม่มีคนอยู่ จึงให้นายเกียรติชัยปีนเข้าไปงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินออกมา จากนั้น นายฉัตรชัย จะทำหน้าที่ดูต้นทาง และไปรับเมื่อเสร็จงาน แล้วนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายแบ่งกัน

ส่วนบ้านของผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง นายเกียรติชัย เข้าไปงัดตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ได้ทรัพย์สินจำพวกพระบูชา พระเครื่อง เหล้าต่างประเทศ และเครื่องเบญจรงค์ แล้วแจ้งให้ นายฉัตรชัย ทราบว่าภายในบ้านมีตู้เซฟขนาดใหญ่

จากนั้นในวันที่ 27 มี.ค. ทั้งคู่จึงเวียนกลับมางัดตู้เซฟที่บ้านดังกล่าวใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ทรัพย์สินจำพวกนาฬิกา เงินสด ทอง และพระเหลี่ยมทอง แล้วนำทองไปหลอม นำออกขาย ส่วนพระเครื่อง และพระบูชา ก็นำไปขายที่แผงพระของพวกตนเอง จนทำให้มีเงินใช้จ่ายคล่องมือ

จากนั้นได้ตระเวนออกไปเที่ยวตามร้านคาราโอเกะ ในย่านปิ่นเกล้า สาว ๆ ในร้านต่างติดใจในความใจปล้ำของพวกตนเอง จนสายลับที่รู้จักกันพบพฤติการณ์ใช้เงินมือเติบ จึงไปแจ้งตำรวจสืบนครบาล 3 ให้ทราบ จนตามมาจับกุมตัวดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน