จันทบุรี “ศุภจี” ติดตามการผลิต-ส่งออก ทุเรียนคุณภาพ ผลักดันการค้าออนไลน์ ชูโมเดลทุเรียนร้อยล้าน ดันนวัตกรรม แปรรูปดอกทุเรียน เร่งแก้ปมโลจิสติกส์ไทย-จีน เล็งเป้าหมายใหม่ “อินเดีย” เตรียมรับมือผลผลิตทะลักช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง กังวลขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์-ค่าขนส่งที่สูงขึ้น

25 เมษายน 2569 – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการส่งออกทุเรียนไทยอย่างใกล้ชิด ชูโมเดล “สวนทุเรียนร้อยล้าน” และนวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมเร่งแก้ปมโลจิสติกส์ไทย-จีน เตรียมพร้อมรับมือผลผลิตทะลักช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

นางศุภจี ได้เดินทางไปยังสวนของ นายสมพงษ์ กลีบมาลี ณ ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นต้นแบบการผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก โดยได้ร่วมตัดทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมียม เพื่อยืนยันความพร้อมของผลผลิตในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมความสำเร็จของแบรนด์ท้องถิ่น อาทิ “คิวจันท์” (Q-Chan) และการต่อยอดนวัตกรรมจากแบรนด์ “Durrianar Thailand” ที่นำสารสกัดจากดอกทุเรียนมาทำเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรนอกเหนือจากการขายผลสด

รองนายกฯศุภจี เผยว่า จากการหารือกับประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี กระทรวงพาณิชย์ เตรียมสนับสนุนการเพิ่มจำนวน “ห้องเย็น” (Cold Storage) เพื่อรองรับการแปรรูปทุเรียนครบวงจร ตั้งแต่เนื้อไปจนถึง การนำเปลือกทุเรียนไปทำถ่านไบโอชาร์ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ส่วนในด้านการตลาด นางศุภจี ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการค้าออนไลน์ และร่วมกิจกรรม Live Commerce โดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวจีน “เยี่ยนกงจู” ที่เดินทางมาไลฟ์สดขายทุเรียนไทย ส่งตรงสู่ผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการระบายผลผลิตอย่างรวดเร็ว

สำหรับการขนส่ง รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ได้ส่งทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่เวียดนามและจีน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อสำรวจด่านสำคัญในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เร่งแก้ไขปัญหา “คอขวด” ทางศุลกากรและโลจิสติกส์ เพื่อให้การส่งออกผลไม้ไทยในช่วงฤดูกาลผลิตนี้มีความคล่องตัวสูงสุด เตรียมรับมือวิกฤตครึ่งฤดูกาลหลัง และเป้าหมายใหม่ “ตลาดอินเดีย” ปัจจุบันจันทบุรี มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วราว 7 แสนตัน (50% ของฤดูกาล)

อย่างไรก็ตาม นางศุภจี แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล (พฤษภาคม-มิถุนายน) เนื่องจากจะมีผลผลิตมังคุดและทุเรียน จากภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึงจากประเทศคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น

ด้าน นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด และนายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนฯ ได้เสนอให้ภาครัฐเร่งเปิดตลาดปลายทางใหม่ โดยเฉพาะ “ประเทศอินเดีย” ซึ่งมีศักยภาพสูง แต่ยังติดปัญหาด้านเส้นทางขนส่งที่ชัดเจนจึงต้องการให้รัฐบาลวางโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพื่อรักษาคุณภาพทุเรียนให้ถึงมือผู้บริโภคชาวอินเดียได้ทันเวลา

ปิดท้ายภารกิจด้วยการปล่อยขบวนคาราวานทุเรียนกว่า 100 ตัน (6 ตู้คอนเทนเนอร์) มุ่งหน้าสู่ตลาดจีนและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ (Modern Trade) ในไทย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของราชาผลไม้ไทยในเวทีสากล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน