ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านซักผ้า และ ร้านคาเฟ่ ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เตรียมดิ้นหาทางเอาตัวรอดการปรับค่าไฟแบบก้าวกระโดดของรัฐบาล เพราะจำเป็นต้องใช้เกินกว่า 500 หน่วยซึ่งค่าหน่วยสูง วอนรัฐบาลหาแนวทางช่วยเหลือ

วันที่ 29 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ประกอบการ ร้านคาเฟ่ และร้านรับซักผ้า ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ต่างผวาหลังจากรัฐบาลเตรียมจัดระเบียบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวกระโดด คือใช้น้อยยิ่งจ่ายน้อยใช้มากยิ่งจากมาก หากมาตรการดังกล่าวเคาะใช้ เนื่องจากผู้ประกอบการถือเป็นรายย่อยและจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 500 หน่วยต่อเดือน เกรงว่ากิจการอาจจะอยู่ไม่ได้หากมีผลบังคับใช้ตามนโยบายของรัฐบาล

คุณศิริพร อายุ 39 ปี เจ้าของร้านซักรีด เปิดเผยว่า ตนมีเครื่องซักผ้า 5 เครื่อง เครื่องอบ 6 เครื่อง ปกติจะจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท คือยังไงก็เกินกว่า 500 หน่วยตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งร้านจะต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มอย่างแน่นอน

” ส่วนโซลาร์เซลล์ หากจะติดตั้งจะต้องใช้เงินมากกว่า 150,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงหากเปรียบเทียบกับกิจการของตนที่มีรายได้จำกัด อยากให้รัฐบาลมองเห็นถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กแต่ต้องใช้ค่าไฟเกินกว่า 500 หน่วยบ้าง จะหาวิธีไหนก็ได้เพื่อให้บรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้น ”

เช่นเดียวกับ นายจิรวัฒน์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านคาเฟ่ กล่าวว่า ฟังนโยบายของกระทรวงพลังงานแล้วรู้สึกดีเหมือนค่าไฟจะถูกลง แต่กิจการของตนไม่ได้มีกำไรมากพอที่จะเอาเงินมาจ่ายค่าไฟซึ่งจะต้องมากกว่าเดิมอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพยายามตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกให้หมด แต่ก็ยังเกินกว่า 10,000 บาทอยู่ดี อยากให้รัฐบาลมองเห็นกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนี้บ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน