“จ่าเสือ” แจงเล่นไฮโลในบ้านกับญาติตามประสา ไม่ได้ตั้งบ่อน ขณะที่แม่ค้าเผยอีกถูกตำรวจนายนี้เรียกเก็บค่าดูแล รายละ 1,000-2,000 บาท
จากกรณีที่ นางยุพาภรณ์ อายุ 46 ปี และ นายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี แม่และพ่อของนายเอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งมีอาการป่วยทางสมอง ร้องขอความช่วยเหลือ หลังลูกชายถูก “จ่าเสือ” เป็น ด.ต. สังกัดบก.สส.ภ.9 ล่อลวงให้เล่นพนันไฮโล ที่เปิดเล่นในบ้านที่อ.เมือง จ.พัทลุง ทำให้สูญเสียเงินกว่า 120,000 บาท โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึก วันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองพัทลุง
ต่อมา นางยุพาภรณ์ ระบุว่า หลังเป็นกระแสข่าว จ่าเสือ ได้โทรมาบอกว่า ขอคุยกันก่อนได้ไหม ไม่ต้องไปแจ้งความและให้แจ้งนักข่าวว่าเป็นการเข้าใจผิด เงินที่เสียมา 120,000 บาท จะได้คืนมาทั้งหมด แต่แม่ไม่ยอมและนำลูกชายเข้าแจ้งความ
ล่าสุดวันที่ 30 เม.ย. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เตรียมเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม แล้วตั้งข้อกล่าวหา จ่าเสือ ในข้อหา พรบ.การพนัน และข้อหาฉ้อโกงต่อไป
โดย นางยุพาภรณ์ ยังกล่าวอีกว่า หลังแจ้งความก็ยังรู้สึกกังวล เนื่องจากจ่าเสือ เป็นตำรวจ หวั่นตำรวจสอบตำรวจเกรงจะเอนเอียงในคดี
ขณะที่ พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 เปิดถึงกรณีดังกล่าวว่า ดาบตำรวจที่ถูกร้องเรียน อยู่ในชุดปฏิบัติการตำรวจสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 จริง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ตามที่ได้รับการร้องเรียนแล้ว โดยคาดว่าใช้เวลาไม่กี่วันก็จะได้ผลสอบสวนที่ชัดเจน และจะดำเนินการต่อไปอย่างไร หรือดำเนินการทางวินัย ก็ต้องรอผลสอบสวนก่อน
จากการสอบถามเบื้องต้น ดาบตำรวจนายนี้ชี้แจงว่า เล่นพนันไฮโลในงานเลี้ยงในช่วงเทศกาลภายในบ้านตัวเองกับเครือญาติตามประสาเท่านั้น ไม่ได้เปิดบ่อนพนันตามที่ถูกกล่าวหา แต่ตนก็เห็นว่าทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ข้อเท็จจริง และจะให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายที่ร้องเรียนและฝ่ายที่ถูกกล่าวหา
ขณะที่ร้านขายของชำขายขนมในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง กล่าวว่า จ่าเสือ มักจะมาเก็บเงินที่ร้านเป็นประจำ ที่เปิดขายขนมปัง และของชำในตลาด และไม่เฉพาะในพื้นที่ อ.เมือง เก็บทั่วทั้งจังหวัด รายละ 1,000-2,000 บาท เป็นค่าดูแลในการเปิดร้าน และไม่ใช่เฉพาะจ่าเสือ มีตำรวจน้ำ ตำรวจรถไฟด้วย