เปิดเบื้องลึกความขัดแย้งการรวบรวมพยานหลักฐาน ทีมทนาย สส.กมลศักดิ์ เตรียมร้อง 3 ทัพตำรวจ แฉ ‘บิ๊กสีกากี’ สั่งกั๊กหลักฐานมือถือ ส่อทำคดีล้มชั้นศาล
เปิดเบื้องลึกความขัดแย้งการรวบรวมพยานหลักฐานคดีสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ทีมทนายความเดินหน้ายื่นหนังสือถึง “ผบ.ตร. – ผบช.ภ.9 – ผู้การนราฯ” หลังถูกปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลการใช้โทรศัพท์และโซเชียลมีเดียอ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชา ขณะที่แหล่งข่าววงในแฉกระบวนการออกหมายเรียกสับสนทำสังคมมึน
ความคืบหน้ากรณีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในคดี สังหาร สส.กมลศักดิ์ ล่าสุด ชุดคลี่คลายคดี เปิดเผย อุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงหลักฐาน “ข้อมูลการใช้โทรศัพท์” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงพฤติการณ์ทางคดี
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทีมงานกฎหมายและผู้ติดตามคดีได้มีการประชุมและลงมติให้ทีมทนายความดำเนินการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน Line และ Messenger ของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวการสำคัญได้
แหล่งข่าวระบุว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือ “ข้อมูลดิบ” ทั้งหมดถูกบริหารจัดการโดยนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่ง ใน ศชต.ภ.9 ซึ่งมีคำสั่งห้ามพนักงานสอบสวนหรือบุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลนี้โดยเด็ดขาด โดยอ้างว่าได้ดำเนินการขอข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายมาแล้ว แต่จะนำไปแนบไว้ในสำนวนการสอบสวนในช่วงท้ายสุดเท่านั้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมทนายความแสดงความกังวลว่า หากไม่สามารถเห็นภาพรวมของข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งหมด อาจส่งผลให้สำนวนคดีไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และอาจนำไปสู่การยกฟ้องเมื่อคดีถึงชั้นศาล โดยเฉพาะเมื่อครบกำหนดระยะเวลาฝากขัง 3 เดือน
“เราอยากได้ข้อมูลดิบทั้งหมด ทั้งเบอร์โทร แอปฯ Line หรือ Messenger เพราะถ้าไม่ได้ข้อมูลส่วนนี้ คดีจะไม่มีน้ำหนักและอาจถูกยกฟ้องได้ แต่ตอนนี้ตำรวจออกหนังสือให้ไม่ได้เพราะติดคำสั่งผู้บังคับบัญชา และอ้างระเบียบ PDPA” แหล่งข่าวระบุ
นอกจากประเด็นเรื่องหลักฐานทางโทรศัพท์แล้ว ยังพบความพิรุธในกระบวนการออกหมายเรียกตัวบุคคลสำคัญ โดยมีการให้ข้อมูลที่ย้อนแย้งกันเองจากแหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส โดยพบว่าในวันเดียวกันมีการให้ข้อมูลว่ายังไม่มีการออกหมายเรียก แต่ในอีกช่องทางหนึ่งกลับระบุว่าได้ส่งหมายเรียกไปนานหลายวันแล้ว
ความสับสนนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคม หรืออาจเป็นการประวิงเวลาในกระบวนการยุติธรรม
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวยืนยันว่า ทีมกฎหมายจะเดินทางไปยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึง 3 หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส
นายกมลศักดิ์ กล่าวอย่างมีนัยสำคัญว่า มีความหวัง ว่าจะได้เห็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยไม่มีการเลือกปฏิบัติ