สุรินทร์ ชาวบ้าน ดีใจ ราคามันปรับสูงขึ้นมันเขมรไม่ทะลักเข้าไทย เกษตรกรเตรียมพื้นที่เพาะปลูกมัน เห็นด้วย นายกรัฐมนตรี ปิดด่านชายแดน ขอให้ปิดยาวไปเลย เร่งสร้างรั้วกำแพงกั้นให้เร็วๆ

11 พฤษภาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชายแดนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่า ช่วงนี้กำลังเตรียมลงมือทำการเกษตร และเก็บผลผลิตนำไปขาย โดยเฉพาะมันสำปะหลัง

พบว่าราคาขยับขึ้นจาก 1 บาทเป็น 2 บาทกว่า หลังจากมีการปิดด่านจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ผ่านมา และเห็นด้วยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของไทย ยืนยันปิดด่านและการยกเลิก MOU 44

นางปราณี กำจัดภัย และ นายสมบัติ มะลิแก้ว 2 สามีภรรยา บอกว่า ตอนนี้กำลังเร่งเก็บผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ปลูกไว้จำนวน 4 ไร่ เตรียมพื้นที่เพาะปลูกมันในฤดูกาลต่อไป

แต่ปีนี้พันธุ์ต้นมันหายากและมีราคาแพงขายต้นละ 3-4 บาท มัดหนึ่งราคาอยู่ที่ 40-50 บาท เนื่องจากปีที่ผ่านมา ชาวบ้านปลูกมันกันน้อย เพราะต้องอพยพหนีกัน 2 รอบ ซึ่งก็ยังคงกังวลในสถานการณ์ชายแดนในขณะนี้อยู่ แต่ก็ชินกันแล้ว ถ้ามัวแต่กังวลก็คงไม่ได้ทำมาหากินกัน ครั้งก่อนปลูกถั่วฝักยาวไว้ก็ไม่ได้เก็บอพยพกลับมาเสียหายหมดสวน

ขอให้ รัฐบาล ปิดด่านให้ยาวไปเลย เนื่องจากส่งผลดีกับเกษตรกรในเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน มีราคาสูงขึ้นอย่างมันสำปะหลังจากที่เคยอยู่ที่ 1 บาทกว่าเพิ่มขึ้นเป็น 2 บาทกว่า

เพราะไม่มีมันสำปะหลังจากฝั่งกัมพูชาเข้ามา ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ ถ้าจะมีรบกันรอบ 3 ก็ขอให้ชาวบ้านได้ปลูกมันปลูกอะไรให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน

อีกทั้งเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ยกเลิก MOU 44 และตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยการยังไม่เปิดด่าน และอยากให้รีบสร้างรั้วกำแพงกั้นชายแดนให้เร็วๆ ด้วย

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน ยังคงเป็นปกติ และอยู่ในการเฝ้าระวังตลอดเวลา ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข แต่ก็ยังกังวลหากมีการสู้รบครั้งต่อไป พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกทิ้งไว้จะเสียหายอีก เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลบำรุงรักษาพืชผล ทำให้ผลผลิตเสียหายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย รายได้ก็ลดลงตาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน