สาวผู้ช่วยพยาบาลร้องปวีณา ถูก ส.ต.อ. กักขังทำร้ายร่างกาย บังคับเสพยาไอซ์ ขืนใจถ่ายคลิป-ส่งเข้ากลุ่มที่ทำงาน ซ้ำยังโพสต์ขายในโซเชียล อับอายต้องลาออกจากงาน
วันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 ธัญบุรี ปทุมธานี น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้ช่วยพยาบาล อายุ 28 ปี เดินทางจาก จ.นครราชสีมา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ถูก ส.ต.อ.บี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นตำรวจสันติบาลใน จ.นครราชสีมา ที่คบหาดูใจได้ 5 เดือน มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย
น.ส.เอ เล่าว่า ตนรู้จักกับ ส.ต.อ. ทางแอปฯ หาคู่ และคบหาดูใจได้ประมาณ 5 เดือน ช่วงคบกันเเรก ๆ ก็เป็นคนดีผ่านไปประมาณ 3 เดือนเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง เพราะเขามักจะระแวงว่าตนจะไปมีคนอื่น และมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงซึ่งตนมาจับได้ว่าเขาเสพไอซ์เป็นประจำ และยังบังคับให้ตนเสพด้วย เวลาทะเลาะกันตนถูกเขาทำร้ายทุบตี เเละทุบทำลายโทรศัพท์เสียหายไปเครื่องหนึ่งแล้ว เขาก็มาขอโทษ เเละขอโอกาสเเก้ตัว ซึ่งตนพยายามตีตัวออกห่าง
กระทั่งวันที่ 30 เม.ย.69 เป็นวันเกิดของตน เขาทักไลน์มาขอให้ช่วยพาไปหาหมอเพราะมีอาการเครียด วิตกกังวล จากที่เคยป่วยเป็นไบโพล่า จากนั้นเขาขับรถมารับตนแต่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล พาขับรถไปที่บ้านอ้างว่าวันเกิดจะพาไปกินข้าวที่บ้านและมีของขวัญจะให้ คืนนั้นตนก็นอนค้างที่บ้านเขาจนเช้าวันที่ 1 พ.ค. ตนต้องไปทำงานแต่เขาไม่ยอมให้ไปแถมบังคับให้ตนเสพไอซ์
ทั้งที่ตนไม่เคยเสพมาก่อนจนตนอาเจียนออกมาถึง 2 ครั้ง และพอเขาเริ่มเมายาก็หาเรื่องทะเลาะด่าว่า เหมือนเขาจะหลอนคิดว่าตนไปแจ้งความเรื่องที่เคยถูกเขาทำร้าย และหาว่าตนเป็นสาเหตุให้เขาทะเลาะกับแม่ จากนั้นเขาก็ลงมือทุบตีทำร้ายตามใบหน้าและร่างกายจนน่วม และยึดโทรศัพท์ไม่ให้ออกไปไหน
ต่อมาเช้าวันที่ 2 พ.ค. ส.ต.อ. ไม่ยอมให้ตนไปไหนบังคับให้ตนขึ้นรถไปทำงานด้วย เมื่อถึงที่ทำงานเขาก็ให้ตนรอในรถข่มขู่ห้ามไปไหนถ้าหลบหนีจะตามฆ่าให้ตาย ตนก็รอจนเขาทำงานเสร็จ จากนั้นเขาได้ขับรถพาตนไปหาตู้ ATM ที่ปั๊มน้ำมันบังคับให้กดเงินมาให้ 3 หมื่นบาท ซึ่งตนบอกว่าไม่มี ถ้าต้องการเงินจริงๆ ก็ต้องเอาโทรศัพท์ตนคืนมาก่อน เขาโกรธมากจิกผมทำร้ายร่างกายตนและเสพไอซ์ขับรถก่อนจะพาตนไปเปิดห้องนอนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นเขาเมายาจู่ ๆ ก็ร้องไห้เเละขอโทษกับทุกอย่างที่ทำลงไป
จนวันที่ 3 พ.ค. ส.ต.อ. พาตนกลับมาที่บ้านของเขาอีกซึ่งตนไม่สามารถออกไปไหนได้ จากนั้นเขาก็หาเรื่องทะเลาะด่าว่าตนพูดซ้ำๆ เดิมๆ ขู่ว่าจะพาตนไปกรุงเทพฯ ให้คนมารุมขืนใจ จะทำให้ตนอับอายไม่มีอนาคต แล้วก็ลงมือทำร้ายทุบตีตนอีก และเอาถุงพลาสติกมาคลุมศีรษะตนจนหายใจไม่ออก ตนต้องร้องขอชีวิตเขาถึงได้ปล่อยออก
พอช่วงสายของวันที่ 4 พ.ค. จู่ๆ เขาก็โยนโทรศัพท์คืนให้และไล่ให้ตนออกจากบ้าน ตนจึงรีบหนีออกมา เมื่อเปิดดูมือถือพบว่าเขาได้ส่งรูปลามกที่แอบถ่ายตนไว้เข้าไปในกลุ่มไลน์ของที่ทำงานตนและลงในสตอรี่ไอจี อีกทั้งเอารูปของตนไปโพสต์ขายบริการในกลุ่มจังหวัด ตนถูกทำร้ายบอบช้ำทั้งกายและใจ อีกทั้งอับอายจนต้องลาออกจากงาน ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะเขาข่มขู่จะฆ่า จึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อขอให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย เร่งรัดคดี และคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้เสียหาย พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับ ส.ต.อ. ซึ่งผู้เสียหายต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจควรที่จะปกป้องดูแลประชาชนกับกักขังทุบตีทำร้ายผู้หญิงและเสพยาเสพติดจึงต้องลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา