บุรีรัมย์ เกษตรกร แนวชายแดน ปรับเปลี่ยนเวลา กรีดยาง หลายคนชะลอ กรีดยาง ไม่มั่นใจความปลอดภัย กลัวทหารเขมรไล่ยิง-จับเป็นตัวประกัน หวั่นซ้ำรอยคนจับอึ่ง จี้รัฐเพิ่มมาตรการรปภ.ปชช.
12 พ.ค. 69 – ชาวบ้านเกษตรกรแนวชายแดน อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องรวมตัวกันหลายคน และปรับเปลี่ยนเวลาเข้าไปหยอดน้ำกรด กรีดยางพารา เป็นช่วงใกล้สว่างหรือตอนกลางวัน
หลังเกิดเหตุการณ์ ทหารกัมพูชาอาวุธครบมือ กว่า 10 นาย รุกเข้ามาในเขตแดนไทย ยิงขู่ชาวบ้านที่ไปหาจับอึ่ง บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำสายโท 3 ใต้ จนต้องทิ้งรถจักรยานยนต์หนีเอาตัวรอด เมื่อ 8 พ.ค.69 ที่ผ่านมา

รวมถึงเหตุการณ์ที่ ทหารเขมร จับตัวชาวบ้านไปหาของป่า ที่ จ.สุรินทร์ ไปขังไว้ที่ จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว จึงสร้างความหวาดระแวงกับชาวบ้าน จนต้องปรับตัวในการออกไปทำมาหากิน เพื่อความปลอดภัย
จากปกติเกษตรกรจะเข้าไปกรีดยางในช่วงกลางดึก เพราะน้ำยางจะออกเยอะกว่าตอนกลางวัน ขณะที่ชาวบ้านบางคน ที่มีสวนยางใกล้แนวเขตชายแดน ถึงกับชะลอไปหยอดน้ำกรดและกรีดยางในช่วงนี้ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย
ชาวบ้าน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการความปลอดภัย และเร่งสร้างกำแพง เพื่อรักษาอธิปไตยและป้องกันไม่ให้ กองกำลังกัมพูชา ข้ามชายแดนไทยเข้ามาสร้างความเดือดร้อน และเป็นอันตรายกับคนไทย
นายสุข พะนิรัมย์ อายุ 66 ปี เกษตรกรสายโท 1 ใต้ บอกว่า หลังมีเหตุการณ์ทหารเขมรรุกเข้ามาในเขตแดนไทย แล้วยิงขู่คนจับอึ่งในพื้นที่ อ.บ้านกรวด และเหตุการณ์ที่ชาวบ้านใน จ.สุรินทร์ โดนจับตัวไป ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย
ช่วงนี้ต้องออกไปหยอดน้ำกรด กรีดยาง และเก็บยางก้อนถ้วยที่กรีดไว้ หลายคน และต้องปรับเวลาเป็นช่วงใกล้สว่างและกลางวันแทน จากปกติจะมากันช่วงกลางดึกและจะเสร็จตอนเช้ามืดพอดี
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะกระทบต่อการทำมาหากิน ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกัน หรือสร้างกำแพง เพื่อไม่ให้ทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาในดินแดนไทย สร้างความไม่ปปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่

นายกิจตพัฒน์ สุดชนะ ผู้ใหญ่บ้านสายโท 1 ใต้ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด บอกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่คนหาอึ่งถูกทหารกัมพูชายิงขู่ และชาวบ้านจ.สุรินทร์ ที่ไปหาของป่าถูกจับตัวไป ก็สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนมากคนในพื้นที่จะมีสวนยางพารา ไร่มัน และนาข้าว ติดชายแดน
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ได้ประชาสัมพันธ์ให้ ชาวบ้าน เกษตรกร ที่ต้องออกไปทำไร่ ทำสวน ปรับเปลี่ยนเวลาหลีกเลียงเข้าไปช่วงกลางคืน ให้เปลี่ยนไปทำใกล้สว่างหรือกลางวันแทน และต้องไปกันเป็นกลุ่ม ไม่ควรไปคนเดียว หากพบบุคคลแปลกหน้า ให้รีบแจ้งผู้นำหมู่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของคนในพื้นที่