หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

ผู้ปกครอง แห่ซื้อชุดนักเรียน เผยรัฐบาลช่วยคนละ 500 ไม่พอ อยากให้อุดหนุนมากกว่านี้

12 พ.ค. 2569 - 11:03 น.

ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนก่อนเปิดเทอม เผยรัฐบาลช่วยคนละ 500 ไม่พอ เหตุปะทะกระทบชาวบ้านชายแดน เพราะต้องอพยพ 2 ครั้ง จนขาดรายได้ไปกู้ยืมมาใช้จ่าย

วันที่ 12 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตามร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแต่ละพื้นที่คึกคักเป็นพิเศษในช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่จะเลือกซื้อชุดนักเรียนในหมวดของการลดราคาเพื่อลดค่าใช้จ่าย

น.ส.เย็นจิต แก้วกันหา อายุ 43 ปี ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในผู้ปกครอง กล่าวว่า ตอนนี้นอกจากจะต้องซื้อชุดนักเรียนปกติแล้ว โรงเรียนยังจะต้องให้ซื้อชุดเพิ่มเป็นชุดเนตรนารี ,ชุดยุวกาชาดรวมถึงชุดบำเพ็ญประโยชน์ นักเรียนคนไหนชอบสายไหนก็จะต้องซื้อใส่

น.ส.เย็นจิต กล่าวว่า แม้สิ่งนี้จะเพิ่มภาระ แต่มันก็จะเป็นการสื่อสารให้เด็กรู้ถึงหน้าที่ของชุดนั้น ๆ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งเพราะเด็กอยู่ในสังคม

ด้านนางชุจิตตา ภูสีฤทธิ์ อายุ 40 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียน กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลช่วยค่าชุดนักเรียนหัวละ 500 บาทไม่พออยู่แล้ว ยอมรับว่าเศรษฐกิจในตอนนี้แย่ โดยเฉพาะพวกตนซึ่งเป็นคนอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ในช่วงที่ผ่านมาต้องอพยพถึง 2 ครั้งนอกจากจะขาดรายได้แล้วเราต้องไปกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในตอนนั้นด้วย จริงแล้วอยากให้รัฐบาลอุดหนุนให้มากกว่านี้

ขณะที่ น.ส.เพชรลดา เอี่ยมดี อายุ 21 ปี พนักงานร้านขายชุดนักเรียนในเขตเทศบาลตำบลปราสาท กล่าวว่า ถึงแม้เปิดเทอมปีนี้จะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะเงินมาจากการทำงานต่างจังหวัดของผู้ปกครอง ส่วนคนในพื้นที่ซึ่งอยู่ชายแดนไม่มีเงินอยู่แล้วเพราะไม่ได้ออกไปทำงานในช่วงเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ผู้ปกครอง แห่ซื้อชุดนักเรียน เผยรัฐบาลช่วยคนละ 500 ไม่พอ อยากให้อุดหนุนมากกว่านี้