ถึงกับจิตตก! แม่ค้าข้าวแกง ถูกฟาดด้วย แส้อาคม เกจิดัง เป็นแผล 10 วันยังไม่หาย กลัวเป็นบ้าตามความเชื่อ เผยร้านติดกัน ทะเลาะมาเป็น 10 ปี วัดสั่งหยุดขายไปก่อน
วันที่ 12 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีหญิงวัย 68 ปี แม่ค้าขายข้าวแกง ถูกฟาดด้วยแส้อาคมจนได้รับบาดเจ็บ ผ่านมา 10 วันแล้วแต่แผลยังไม่หาย ทำให้แม่ค้ารายดังกล่าวไม่สามารถไปค้าขายได้ตามปกติ จนขาดรายได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค.69 ที่ตลาดแห่งหนึ่งใน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบกับ นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 68 ปี แม่ค้าขายข้าวแกง ที่บ้านพักใน อ.ไทรน้อย พบว่าที่แขนทั้ง 2 ข้างยังมีรอยช้ำเขียวคล้ำจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีแผลฉีกอีก 2 แผล พบรอยช้ำที่หัวไหล่และต้นคอด้านหลัง และที่ศีรษะปูดบวม โดยได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.ไทรน้อย
นางน้อย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเปิดร้านและกำลังกวาดพื้นใต้โต๊ะ จากนั้นเมียของผู้ก่อเหตุเป็นแม่ค้าขายปลาแห้ง บอกว่าจะกวาดทำไม เขากวาดไปแล้ว ตนจึงบอกว่ากวาดใต้โต๊ะตนไม่เกี่ยวกับเขาเลย แล้วเขาจะมากวาดทำไม ลูกของตนจึงบอกให้ตนเงียบ ตนก็เงียบไม่ได้ด่าเขาไปสักคำ แต่ถูกเขาด่าทอเป็นแบบนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ตนไม่เคยเถียง
สักพักพอเมียคนก่อเหตุเงียบไป ผัวเขาก็เดินเอาแส้อาคมมาใส่ฟาดตนหลายครั้ง โดยที่ตนไม่ทันได้ตั้งตัว พร้อมกับพูดว่า “ดีนะกูไม่ตบมึงให้ตาย” จากนั้นก็มีคนมาห้าม หลังเกิดเหตุเขาไม่เคยติดต่อมาเยียวยาอะไรเลย ตนจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทุกอย่าง แขนทั้ง 2 ข้างปวดมากทำอาหารและยกของไม่ได้
นางน้อย กล่าวต่อว่า มีคนมาบอกกับตนว่า แส้ที่ฟาดนั้นเป็นแส้อาคม หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จ.นครปฐม ตามความเชื่อ ถ้าใครโดนตีแล้วจะเป็นบ้า ตอนนี้ตนก็ไม่มีอาการอะไรนอกจากปวดแขน แต่เมื่อวันอาทิตย์ 3 วันแรกตนไม่รู้สึกตัวเลย กลัวว่าตัวเองจะเสียสติ ตอนนี้ตนไปขายข้าวแกงไม่ได้เกือบ 10 วันแล้ว และไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ รายได้ก็ไม่มีเพราะออกไปขายของไม่ได้
ขณะที่ นายอำรวยศักดิ์ อายุ 85 ปี อดีตครูพลเมืองดีที่เข้าไปห้าม กล่าวว่า ตนมาซื้อกับข้าวเห็นเขาเถียงกันอยู่ก่อนจะตีกัน ก็เลยเข้าไปห้าม ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย เพราะเป็นร้านใกล้เคียงกัน น่าจะเป็นเรื่องขยะ หลังเกิดเหตุทางวัดได้เรียกตำรวจมาพาผู้ถูกก่อเหตุไปสอบสวนแล้ว แลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้ง 2 ร้านก็ไม่ได้มาขาย เพราะวัดมีกฎว่าหากทะเลาะกันจะไม่ให้ขายทั้งคู่
ส่วน นายสมบูลย์ อายุ 69 ปี ไวยาวัจกรวัด กล่าวว่า ตอนนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งทั้งคู่ก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ไม่รู้เรื่องอะไรบ้าง บางครั้งก็เรื่องกวาดขยะ บางครั้งก็เรื่องล้ำเขตกัน ตนก็ไม่ค่อยรู้เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่ง ส่วนมากก็จะตักเตือนเพราะวัดไม่ได้มีมาตรการอะไรเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้เป็นคดีทำร้ายร่างกาย คนเจ็บมาไม่ไหว ส่วนคนก่อเหตุก็ให้พักไปก่อน อาวุธที่ใช้ทำร้ายบางคนก็บอกว่าสายไฟ บางคนก็บอกแส้ แต่ตนไม่ทันเห็น เห็นแต่บาดแผลก็น่าสงสาร ฟกช้ำเยอะ
เบื้องต้นตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและอยู่ระหว่างรอผลแพทย์ เตรียมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป