ศุภมาส ฮึ่ม ‘ช่างหนึ่ง’ เบี้ยวนัด สคบ. สั่งออกหมายเรียกซ้ำ ถ้าไม่มาอีก เจอโทษอาญาทั้งจำทั้งปรับ เร่งสอบเส้นเงิน ปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน
วันที่ 13 พ.ค. 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัว นายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ผู้ถูกกล่าวหา เข้าให้ปากคำ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นายเกรียงไกรไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย ส่วนผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำ 40 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ ตนจึงสั่งการให้สคบ.ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาแสดงตัวอีกครั้ง หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า สคบ.ได้รวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า สคบ. ได้ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ. กับผู้ถูกกล่าวหา จะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน”
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด คดีรับเหมาก่อสร้างบ้าน ในส่วนของการดำเนินคดีทางแพ่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติครั้งที่ 5/2568 ให้ดำเนินคดีแล้ว จำนวน 1 ราย
ต่อมามีผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มเติมประมาณ 60-70 ราย แต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สคบ.จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามขั้นตอนต่อไป
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา สคบ. ได้ส่งเรื่องไปที่ บก.ปคบ. จำนวน 90 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน และในส่วนของ สคบ. เอง ได้ส่งเปรียบเทียบความผิดไปแล้วจำนวน 2 คดี
“สคบ. ยังเดินหน้าตรวจสอบผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกับเคสที่เกิดขึ้นตามสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าถึงบริการของ สคบ. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ช่องทางการร้องเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว”
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและบริษัทก่อนทำสัญญา และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า หากพบการกระทำความผิด สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด โดยผู้เสียหาย จากการจ้างเหมาก่อสร้าง หรือการบริการอื่นๆ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด