เรื่องระทึกบน ภูกระดึง สาวสุดช็อกกลางดึก ชายอ้าง จนท. รูดซิปเข้าเต็นท์ตอนกำลังเปลี่ยนเสื้อ หลังหลอกให้ย้ายจุดพัก เผยไม่ใช่ครั้งแรก ด้าน อช.ภูกระดึง ออกแถลงการณ์แล้ว
วันที่ 14 พ.ค.69 มีหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์เตือนภัยลงในกลุ่ม “ภูกระดึง..รักแล้ว รักเลย” หลังมาเที่ยวกางเต็นท์คนเดียวบนภูกระดึง เหตุเกิดเมื่อช่วงตี 1 ถึงตี 2 วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเธอเล่าว่า มีคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ รอบแรกมาบอกให้ปิดไฟทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิด รอบที่สอบมาบอกให้ย้ายเต็นท์อ้างว่ากวางมาเดิน 2 คืนแล้ว แต่รอบที่สามที่หนักสุด
เพราะขณะที่เธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมย้ายเต็นท์ จู่ๆ ชายคนเดิมก็เดินมาหาแล้วเปิดไฟฉายที่โทรศัพท์ส่องหน้าจนมองไม่เห็น โดยตอนนั้นยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จ จึงต้องเอาเสื้อปิดหน้าอกไว้ พร้อมกับเต็นท์กำลังจะถูกลากทั้งๆ ที่เธอยังอยู่ข้างใน
พอบอกชายคนนั้นไปว่า ขอใส่เสื้อก่อน ทำให้ชายคนดังกล่าวรูดซิปเต็นท์เข้ามาทันที แต่ตอนนั้นเธอใส่เสื้อเสร็จพอดี จึงหยิบมือถือมาถ่ายคลิป ทำให้ชายคนดังกล่าวรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เธอเป็นผู้ถูกกระทำเป็นคนที่ 4 แล้ว

สาวผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ลานกางเต็นท์บนภูกระดึง หลังถูกชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทำเรื่องไม่พึงประสงค์ และเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก
ล่าสุด อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ในคืนวันที่ 13 พ.ค.69 ผ่านกลุ่มชมรมคนรักภูกระดึง และกลุ่มภูกระดึงรักแล้ว..รักเลย เกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นบริเวณลานกางเต็นท์ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง โดยแจ้งว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 02.00 น. นั้น
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นทันทีหลังได้รับแจ้ง โดยนักท่องเที่ยวเข้าแจ้งเหตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 -14.00 น. ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลจากนักท่องเที่ยวผู้แจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบบริเวณและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้ว
จากข้อมูลที่ได้รับ เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ เข้าพูดคุยกับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน ในลักษณะพยายามให้นักท่องเที่ยวย้ายเต็นท์ออกจากจุดเดิม โดยไม่มีการแสดงตนหรือแสดงเครื่องหมายที่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเดินวนบริเวณรอบเต็นท์ พยายามเปิดหรือรูดซิปเต็นท์ และใช้ไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องผ่านช่องระบายอากาศด้านข้างเต็นท์จ่อเข้าบริเวณใบหน้าของนักท่องเที่ยว ในลักษณะที่บดบังการมองเห็นรายละเอียดของบุคคลดังกล่าว
สังเกตเห็นว่าเคสโทรศัพท์เป็นหนัง สีแดง ต่อมา บุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่พยายามจะเปิดเต็นท์เข้ามา นักท่องเที่ยวจึงใช้โทรศัพท์จะบันทึกภาพเหตุการณ์ บุคคลดังกล่าวจึงได้รีบหลบหนีออกจากบริเวณด้านหลังทางขวาของเต็นท์อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถบันทึกหรือมองเห็นหรือระบุรายละเอียดเพิ่มเติมได้
เนื่องจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัด จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน และอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการอัพเดทความคืบหน้าให้กับนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว
ต่อมา อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เชิญนักท่องเที่ยว ซึ่งมีกำหนดลงจากพื้นที่ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดเพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงอยู่ระหว่างติดตาม ตรวจสอบ และประสานการเฝ้าระวังเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ ดังนี้
1. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2. นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน หรือแจ้งต่อ
3. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัยตลอดเวลาในช่วงเวลาปกติ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. โดยภายหลังได้รับแจ้งเหตุ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ รวมถึงบริเวณบ้านพักและพื้นที่โดยรอบในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนมากยิ่งขึ้น
4. มีการกำหนดพื้นที่กางเต็นท์ให้เหมาะสม อยู่ในบริเวณที่สามารถติดต่อหรือแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
5. ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในบริเวณลานกางเต็นท์และจุดเสี่ยงหรือจุดอับสายตาภายในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์
6. เพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้สังเกตพฤติการณ์ผิดปกติ หรือกรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หากพบเหตุอันควรสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งให้มีการแสดงตน การแต่งกาย และการปฏิบัติหน้าที่ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ตลอดจนประชาสัมพันธ์แนวทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการขอความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่แจ้งข้อมูลและข้อกังวลดังกล่าว จะรีบสืบหาตัวบุคคลดังกล่าว และจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาทบทวนและปรับปรุงในส่วนที่อาจยังเป็นข้อจำกัดของการดูแลพื้นที่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป