ตำรวจ ปทส.เข้าค้นเป้าหมาย 2 จุดในเชียงใหม่ ยึดนกป่ากว่า 60 ตัวพร้อมผู้ต้องหา หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าเดือดร้อนจากเสียงนก ตรวจสอบพบใบอนุญาตหมดอายุ
วันที่ 15 พ.ค.2569 พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปทส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วย กก.ปพ. บก.สส.ภ.5, กก.4 บก.ป., สภ.แม่โจ้ และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.ที่ 16 นำหมายศาลเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านจัดสรร ท้องที่บ้านหนองไคร้หลวง ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ของนายชาติ นามสมมุติ อายุ 49 ปี นักธุรกิจที่เปิดกิจการอยู่ย่านช้างเผือก ตัวเมืองเชียงใหม่
จากการตรวจค้น พบนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก 40 ตัว, นกปรอดคอลาย 2 ตัว และนกกะรางคอดำ หรือ นกซอฮู้ 3 ตัว อยู่ในกรงนก แขวนไว้บริเวณลานจอดรถ หน้าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้น พบนิติบุคคลของหมู่บ้าน และญาติของเจ้าของบ้าน นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น เนื่องจากนายชาติ อยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่านก 4 ตัว มีห่วงขาหรือกำไลประจำนก สวมอยู่ที่ขา เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ตรวจสอบเครื่องหมายห่วงขา หรือกำไลประจำนกดังกล่าวแล้วปรากฏว่าตรงกับเครื่องหมาย ในรายการตามใบอนุญาต ให้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ และได้ขึ้นทะเบียนไว้โดยถูกต้อง

ส่วนสัตว์ป่าประเภทนกปรอดหัวโขน 40 ตัว ตรวจสอบแล้วไม่พบเครื่องหมาย จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นกดังกล่าวมิใช่นกที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือขึ้นทะเบียนไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อาจเป็นนกป่าธรรมชาติ ที่ถูกดักจับหรือนำมากักขังใส่กรงไว้ในครอบครอง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนนกปรอดสีดำอีก 1 ตัว เป็นนกจากต่างประเทศ (อินเดีย) จึงไม่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ
นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทสัตว์จำพวกนก ชนิดนกปรอด คอลายลักษณะเป็นนกตัวเต็มวัย 2 ตัว โดยจากการตรวจสอบไม่พบเครื่องหมายห่วงขา หรือกำไลประจำนกสวมอยู่ที่ขาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าตรวจสอบ และให้การว่า “นกปรอดคอลาย” เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งห้ามมิให้บุคคลใดมีไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ชนิดนกกะรางคอดำ หรือนกซอฮู้ลักษณะเป็นนกตัวเต็มวัย 3 ตัว โดยจากการตรวจสอบไม่พบเครื่องหมายห่วงขาหรือกำไลประจำนกสวมอยู่ที่ขาแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว ปรากฏว่า นายชาติฯไม่ได้แจ้งการครอบครองนกกะรางคอดำดังกล่าวไว้
เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองพบว่านายชาติเป็นสถานที่เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองมาก่อนปัจจุบันสถานะใบอนุญาตสิ้นอายุลงแล้วเกินกว่า 1 ปี
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และประกอบกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ที่สภ.แม่โจ้

ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุด ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น อาคารหลังหนึ่ง ย่านถนนช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากการตรวจค้น พบนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก 11 ตัว ถูกขังไว้ในกรงหน้าอาคารชั้น 1 หลังดังกล่าว นอกจากนี้ตรวจพบห่วงขา หรือเครื่องหมายประจำนก 1 ตัว ส่วนนกตัวที่เหลือไม่พบห่วงขา หมายเลขประจำนก
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบนายชาติ (นามสมมุติ) อยู่บริเวณอาคารหลังดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวให้การว่า “นกสัตว์ป่าดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นเป็นของตนทั้งหมด ตนได้มาโดยวิธีการเพาะพันธุ์ เนื่องจากเคยได้รับใบอนุญาต ให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ใช้พื้นที่บ้านท้องที่ ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ปัจจุบันสถานะใบอนุญาตสิ้นอายุลงแล้วเกินกว่า 1 ปี และตนไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้แต่อย่างใด จึงได้นำเอานกดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ ที่อาคารในเมืองเชียงใหม่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือกต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านอาศัยภายในหมู่บ้านจัด ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับความเดือดร้อน และเกิดความสงสัยเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้าน มีการนำนกหลายชนิดเลี้ยงใส่กรงจำนวนมากแขวนไว้ภายในบริเวณบ้าน และเชื่อว่ามีการเลี้ยงครอบครอง หรือเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง ประเภทนกเป็นจำนวนมาก มาอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งชาวบ้านยังได้ยินเสียงนกร้องตลอดทั้งวัน จึงเชื่อว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวอาจมีการดูแลเลี้ยงเพาะพันธุ์สัตว์ป่า จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.กก.4.ปทส. พร้อมสั่งการให้ พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สว.กก.4 บก. ปทส.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจยึดของกลางพร้อมดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ในที่สุด