สระแก้ว ศึกชิงที่ดินชายแดนเดือด “เจ๊รัตน์” ป่วนอีก ไม่ถอย อ้างสิทธิครอบครองที่ดินเช่นกัน ขวาง ชาวบ้าน ผู้ถือสิทธิ์ ส.ค.1 เข้าใช้ประโยชน์ทำกิน ในพื้นที่ กองทัพ ยึดคืนจาก กำนันลี ฝ่ายปกครอง แจ้งสองฝ่าย พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน รอผลรังวัด หากตกลงกันไม่ได้ เข้าสู่กระบวนศาลวินิจฉัย

20 พ.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ข้อพิพาทที่ดินบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังชาวบ้านหลายรายรวมตัวเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ต่อพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง เพื่อยืนยันสิทธิ์ครอบครองที่ดินของตนเอง

ภายหลังถูก นางทองลัด กันหา หรือ “เจ๊รัตน์” อดีตเมียกำนันลี พร้อมลูกชาย อ้างสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ และขัดขวางการเข้าทำกิน แม้ภาครัฐจะเพิ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนกลับเข้าใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง

โดย ชาวบ้าน ผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์หลายราย เดินทางเข้าแจ้งความเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินในพื้นที่หมู่ 3 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งไว้เป็นหลักฐาน

ซึ่ง ผู้แจ้งประกอบด้วย 1. นายบุญเหลือ อายุ 78 ปี 2. ร.ต.สง่า อายุ 68 ปี 3. นางสุริมทร์ อายุ 67 ปี 4. นางจิดาภา อายุ 71 ปี 5. นางคำผิน อายุ 68 ปี 6. น.ส.สมพร อายุ 51 ปี ทั้งหมดระบุว่า เป็นผู้มีสิทธิ์หรือผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินตามเอกสาร ส.ค.1 และ น.ส.3 ข หลายแปลง

ซึ่งเดิมอยู่ในพื้นที่ ต.โคกสูง อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี ก่อนมีการจัดตั้งจังหวัดสระแก้ว และปัจจุบันอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เอกสารสิทธิ์ที่มีการอ้างถึง ได้แก่ ส.ค.1 เลขที่ 170, 72, 13, 75, 83, 22 และ น.ส.3 ข เล่ม ช(5) อ.ตาพระยา หน้า 114 เลขที่ 20 เนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา

ชาวบ้าน ระบุว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชายแดน ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง ทำให้ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้เต็มรูปแบบมานานหลายสิบปี กระทั่งล่าสุดภาครัฐ โดยฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าจัดระเบียบและเปิดพื้นที่คืนให้ประชาชนกลับเข้าทำกินอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากชาวบ้านเข้าไปปรับพื้นที่ เพื่อเตรียมทำการเกษตร กลับมีอีกฝ่ายเข้ามาอ้างสิทธิ์ครอบครอง โดยเฉพาะหญิงรายหนึ่งที่ถูกพาดพิงในบันทึกแจ้งความ ว่าอ้างการครอบครองต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และไม่ยินยอมให้เจ้าของเอกสารสิทธิ์เดิมเข้าดำเนินการในพื้นที่

ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ปัญหานี้ยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี ส่งผลกระทบต่อหลายครอบครัว สูญเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน รวมถึงรายได้จากการเกษตร แต่ขณะนี้พอใจในระดับหนึ่งที่ฝ่ายปกครองเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ทำให้ทั้งสองฝ่ายยุติสถานการณ์ชั่วคราวและแยกย้ายกันไปด้วยดี

ด้าน นายอำเภอโคกสูง เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายปกครองได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย ทำความเข้าใจแล้ว โดยทุกฝ่ายต่างยืนยันว่า ตนมีสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางให้แต่ละฝ่ายเข้าไปดูแลพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาทชัดเจนไปก่อน ส่วนพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อน จะต้องรอเจ้าพนักงานที่ดินเข้ารังวัดสอบเขต เพื่อพิสูจน์แนวเขตและสิทธิ์ที่แท้จริง

นายอำเภอ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผลการรังวัดสามารถหาข้อยุติได้ ก็จะจบตามกระบวนการ แต่หากยังมีข้อโต้แย้ง และไม่สามารถตกลงกันได้ อาจจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการทางศาล เพื่อวินิจฉัยสิทธิ์ในที่ดินต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน