บุรีรัมย์ แม่วัย60ปี น้ำตาซึม ลูกชายวัย38ปี ถูกคนใช้ไม้เบสบอลตีปางตาย เข้าICUซี่โครงหัก-กระดูกตาแตก สมองกระทบกระเทือน นอนรักษา2เดือน แจ้งข้อหาแค่ทำร้ายร่างกาย เจรจาเรียกค่าเสียหายไม่จ่าย อ้างเป็น”หมาตำรวจ” ซ้ำตำรวจข่มขู่หนักให้ยุติเรื่อง ผ่าน1ปี7เดือน คดีไม่คืบวอนผู้รู้ช่วย
24 พ.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของ สภ.คูเมือง อ.คูเมือง หลังจากลูกชายถูกคนรู้จักกันทำร้ายปางตายแต่คดีกลับไม่คืบหน้า คนร้ายอ่างว่า รู้จักตำรวจ ซ้ำยังโดนตำรวจข่มขู่อย่างหนักให้ยุติเรื่อง
ตรวจสอบผู้ร้องเรียนคือ นางทองมวล อุตรศรี อายุ 60 ชาวบ้าน ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นางทองมวล เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 ตอนนั้นตนอยู่ที่บ้านมีชาวบ้านมาแจ้งว่า ลูกชาย คือนายองอาจ อมรรัตน์ อายุ 35 ปี โดนทำร้ายแล้วมีคนเอาร่างมาทิ้งไว้ท้ายหมู่บ้าน บอกว่าอาการน่าเป็นห่วง
ตนจึงรีบไปหาลูกพบว่า หน้าตาปูดบวมตามร่างกายช้ำทั้งร่าง หน่วยกู้ภัย นำตัวส่งโรงพยาบาลคูเมือง ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เข้าห้อง ICU 3 วัน หมอแจ้งว่า กระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ กระดูกตาหัก และสมองได้รับกระทบกระเทือน และรักษาที่โรงพยาบาลเรื่อยมารวมประมาณ 2 เดือน ก่อนจะมาพักฟื้นที่บ้านในสภาพไม่ปกติ
นางทองมวล เล่าด้วยว่า วันเกิดเหตุลูกชายซึ่งมีรถเกี่ยวข้าว เดินทางไปที่เขต อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปหานายหน้า แล้วไปเจอ นายเฉลียว หรือ หนุ่ม แดงเรืองรัมย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันจากนั้นได้มีการพูดหยอกกันไปมา แต่นายหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเมายา ใช้ไม้เบสบอลตีดังกล่าว แล้วเอาร่างมาทิ้งไว้ที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จนมีชาวบ้านมาแจ้งดังกล่าว
จากนั้น ตนได้เริ่มเดินเรื่องจนกระทั่ง นายหนุ่ม ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริง ตอนนั้นมี พ.ต.ท.ขัติยะ เพชรกล้า สารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง เป็นเจ้าของคดีรับเรื่องเอาไว้
ในเวลาต่อมาตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นายหนุ่ม ฐาน “ทำร้ายร่างกาย” ตนกับญาติตกใจมาก เพราะลูกชายปางตาย แต่กลับมาแจ้งข้อหาว่า ทำร้ายร่างกาย แล้วให้มีการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย
กระทั่ง พนักงานสอบสวนเรียกไปเจรจากัน มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท โดย นายหนุ่ม ขอแบ่งจ่ายให้เป็น 3 งวดๆละ 40,000 บาท เมื่อถึงเวลา นายหนุ่ม กลับไม่ยอมจ่าย และไม่ยอมมาพบ ตำรวจ
ตนจึงไปสอบถามโดยตรงกับ นายหนุ่ม ปรากฎว่า ได้รับคำตอบว่า “ให้ไปแล้วอยู่กับตำรวจ” เมื่อตนย้อนไปถามพนักงานสอบสวน กลับบอกว่า “ไม่ได้รับ” โยนกันไปมาหลายครั้ง สุดท้าย นายหนุ่ม บอกว่า “ไม่จ่ายแล้ว” เพราะตนเป็นเด็กนาย หรือเด็กตำรวจ วงการเรียกว่า “หมาตำรวจ”หรือ คนเดินยา
หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งมาว่า เหตุเกิดที่ อ.แคนดง จะต้องย้ายคดีไปที่ต้นทาง ทำให้ตนและครอบครัวสับสน จนถึงเวลานี้คดีล่วงเลยมา 1 ปี 7 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือคดีของลูกชายตนด้วย
ขณะที่ นายองอาจ วรรัตน์ อายุ 36 ปี คนถูกทำร้าย เล่าว่า ตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นมากว่าปีครึ่ง แต่คดียังไม่เดินหน้าไปไหน กลับมีการโอนคดีไปมา รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ผู้ใหญ่เห็นใจตน ซึ่งตอนนี้ร่างกายไม่พร้อมที่จะทำงานเต็มที่แล้ว จากการถูกทำร้าย